แม่ของหลิวเหว่ยเจ๋อดูเป็นผู้หญิงที่เฉลียวฉลาดมากและตอนอยู่บ้าน ฐานะของพ่อก็คงสู้แม่ไม่ได้ ถึงขั้นอาจจะเป็นพวกกลัวเมียทั้งสองต่างจ้องประตูห้องหัตถการอย่างกังวล ดูกระวนกระวายเล็กน้อย
เหมียวหย่งเจิน แม่ของหลิวเหว่ยเจ๋อเดินไปเดินมาอยู่ข้างๆ ในขณะที่ปากยังคงบ่นไม่หยุด“ทำอย่างไรดี! ลูกจะเป็นอะไรไม่ได้นะ!”
เธอเดินไปเดินมารอบแล้วรอบเล่า ดูร้อนรนเล็กน้อยหลิวซวิ่นอดพูดไม่ได้ “พอเถอะ คุณพักก่อน ลูกไม่เป็นอะไรหรอก คุณอย่ากังวลจนป่วยเลย”
เหมียวหย่งเจินเหมือนเจอที่ระบาย“ข้างในนั้นลูกคุณนะคะ คุณไม่เป็นห่วงเลยเหรอ ฉันก็ต้องร้อนใจอยู่แล้วสิ จะไม่ร้อนใจได้อย่างไร ไม่เหมือนคุณหรอกนะ ไม่สนใจเรื่องอะไรในบ้านเลย!”
เหมียวหย่งเจินได้ด่าทีก็หยุดไม่ได้เลยหลิวซวิ่นจนปัญญาแล้ว ตนปากไม่ดีเอง อยู่ดีๆ พูดแบบนั้นทำไม หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆทว่าเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นทุกวันอยู่แล้ว หลิวซวิ่นรู้อยู่แล้วว่าจะโดนภรรยาด่าแต่ก็จะพูด
ตอนนี้เองประตูถูกเปิดออก หลิวเหว่ยเจ๋อถูกเข็นออกมาเหมียวหย่งเจินและหลิวซวิ่นเห็นแบบนี้ก็หยุดทะเลาะกัน วิ่งเข้าไปทันที
“ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า”
หลิวเหว่ยเจ๋อพยักหน้าอย่างรู้ความ“คุณอาหมอบอกว่าผมไม่เป็นอะไรครับ”
ทั้งสองมองหม่าเยว่ฮุย “คุณหมอ ลูกผมเป็นอะไรกันแน่”
หม่าเยว่ฮุยพลันอธิบายว่า“นี่เป็นภาวะองคชาตแข็งค้าง แต่เพราะเป็นครั้งแรกเราแนะนำให้แอดมิทเพื่อสังเกตอาการจากนั้นเราจะตรวจไปทีละรายการ แต่ตอนน