ันต่อมา เฉินชางตื่นค่อนข้างสาย ระยะนี้เขาคอยจัดแจงข้อมูลทำสรุปบางส่วนอยู่ตลอด ถึงแม้เฉินชางจะยังไม่ได้คิดจะเริ่มเขียนหนังสือ ‘ความรู้เวชศาสตร์ฉุกเฉิน’ แต่เขาคิดว่าตัวเองค่อยเก็บรายละเอียดบางส่วนไปอย่างช้าๆ
ยกตัวอย่างเช่นใน ‘ความรู้เวชศาสตร์ฉุกเฉิน’ มีหมวดหมู่ย่อยส่วนหนึ่งอย่าง ‘ศัลยกรรมหัวใจฉุกเฉิน’ ‘ศัลยกรรมทางเดินอาหารฉุกเฉิน’ “ศัลยกรรมมือฉุกเฉิน’ ทักษะเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ล้วนมาจากความเข้าใจและข้อมูลจากประสบการณ์ของเฉินชางเอง
เขาใคร่ครวญในมุมมองของหมอแผนกฉุกเฉินคนหนึ่งว่าต้องใช้วิธีกู้ชีพฉุกเฉินแบบไหนในการรักษาเหตุฉุกเฉินเหล่านี้ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งจะต่างไปจากเป้าหมายและเกณฑ์ที่แพทย์เฉพาะทางกำหนดขึ้น
เมื่อลองเปรียบเทียบกันแล้ว ‘ความรู้เวชศาสตร์ฉุกเฉิน’ ในปัจจุบันเป็นแบบนี้ การประเมินของแพทย์เฉพาะทางไม่กว้างไกลเท่าแพทย์ฉุกเฉิน ปัจจัยที่พิจารณาถึงก็ต่างกันด้วย
ดังนั้นเฉินชางจึงตระหนักได้มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าภาระบนร่างตนหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ เฉินชางตระหนักได้อีกอย่างว่าหนังสือบางประเภทจำเป็นต้องอุทิศความพยายามทั้งชีวิตของใครคนหนึ่งเพื่อทำให้สมบูรณ์แบบ
ตัวเฉินชางเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าในช่วงที่ตนยังมีชีวิตอยู่จะเขียนให้ดีได้หรือไม่ แต่เขาจะทุ่มกำลังทั้งหมดอย่างเต็มที่แน่นอน เตรียมการตั้งแต่อายุสามสิบ หวังว่าจะเสร็จสมบูรณ์ได้ก่อนตนแก่โรยรา
หมอคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้าน