นี้”
“ข้อแรก ฝ่ายตรงข้ามปฏิเสธส่งคนไข้ที่อยู่ในภาวะอันตรายเข้า ICU ทั้งยังเพิกเฉยการตรวจแบบที่ค่อนข้างมุ่งเป้า ทำไมกันครับ?”
“ข้อสอง หลังคนไข้เสียชีวิต ครอบครัวคนไข้ยังไม่ทันชันสูตรพลิกศพ กลับฟ้องศาลว่าทักษะการวินิจฉัยของโรงพยาบาลไม่ได้มาตรฐาน เพราะอะไรครับ?”
สองคำถามนี้ชัดถ้อยชัดคำ!หลังทุกคนได้ยินก็พากันมองที่ฝั่งโจทก์ คนพวกนี้ล้วนเป็นครอบครัวของคนไข้ พวกเขาตอนคนแก่ยังมีชีวิตอยู่กลับดูแลตามมีตามเกิด พอคนแก่ตายไปกลับมาเสแสร้งแสดงความรัก สีหน้านี้น่ารังเกียจจริงๆ!
ค่าบำรุงขวัญจากความเสียหายทางจิตใจห้าแสนกว่าหยวน… ไม่แน่พวกคุณคงแอบดีใจสินะ อย่างไรภาระก็จากไปแล้วเรื่องพัฒนามาถึงขั้นนี้กลายเป็นระดับจุดเดือดสูงสุดแล้ว ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับไม่มีใครยอมใคร
แต่อาศัยเพียงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้สร้างความลำบากให้ทนายจินที่เทคนิคช่ำชองไม่ได้อย่างไรเสียในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของโรงพยาบาล เขาก็จัดการปัญหาน้อยใหญ่มาไม่รู้ตั้งเท่าไรแล้ว ครอบครัวคนไข้มือสมัครเล่นไม่ใช่คู่มือแม้แต่น้อย!
แต่ตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามถือไพ่ราชาในมือ มีปัญหาหนึ่งที่คนไข้กัดไม่ปล่อย!นั่นก็คือ ในขั้นตอนการรักษาคนไข้ ทักษะของบุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้มาตรฐาน สร้างผลลัพธ์เช่นนี้ให้คนชรา
หรือก็คือ ฝ่ายตรงข้ามใช้ผลสรุปของคณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการแพทย์กับองค์กรประเมินมาเชื่อว่า หลังอาการป่วยของคนไข้คงที่ แพทย์ยังคงไม่รัก