ษาสาเหตุของโรคเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดออกซ้ำ ทำให้คนไข้สูญเสียโอกาสในการหลีกเลี่ยงไม่ให้เลือดออกอีก ยิ่งไปกว่านั้น หลังเกิดเลือดออกสองครั้งก็ยังไม่ดูแลตามความคิดเห็นของแผนกศัลยกรรมทั่วไป ทำให้คนไข้เสียโอกาสรับการรักษา
ดังนั้นปัญหาที่ยากที่สุดจึงอยู่ตรงนี้! จะพิสูจน์ว่าหลี่เยว่กับแพทย์เวรปกติจัดการสถานการณ์ของผู้ป่วยได้ถูกต้องได้อย่างไร!
หลังโต้เถียงกันหนึ่งรอบ! ในที่สุดศาลก็ลงความเห็นว่า แพทย์มีความผิดในขั้นตอนการวินิจฉัยและรักษาคนไข้ ความผิดนี้ทำให้คนไข้ไม่ได้รับการรักษาทันเวลา มีความเกี่ยวข้องประมาณหนึ่งกับสาเหตุการเสียชีวิตของคนไข้
สรุปได้ว่าเป็นความผิดของทางแพทย์ จากการวิเคราะห์คุณสมบัติลักษณะพิเศษของโรค รวมถึงปัจจัยส่วนบุคคล เชื่อว่าความสัมพันธ์ของเหตุและผล รวมถึงแรงสาเหตุมีเท่ากัน
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมาภายในนั้นก็เกิดความวุ่นวายทันที ทำไมนะหรือ อะไรคือรับผิดชอบเท่ากัน เท่ากับว่าระดับของความรับผิดชอบอยู่ที่ 40%-60%เมื่อไรที่ถูกตัดสินว่ารับผิดชอบเท่ากัน ภายใต้สถานการณ์ปกติแล้วศาลจะตัดสินเป็น 50%!
ถ้าเป็นแบบนี้ โรงพยาบาลก็ต้องแบกค่าชดใช้ร้อยละห้าสิบ ซึ่งก็คือหนึ่งล้านกว่า!นี่ต่างอะไรกับข่มขู่และขูดรีด?
เมื่อเป็นแบบนี้ก็ถึงคราวส่วนสำคัญแล้ว! นั่นก็คือโรงพยาบาลได้เพิกเฉยในขั้นตอนการรักษาคนไข้หรือไม่ ถ้าเพิกเฉยจริงคิดเป็นสัดส่วนเท่าไร ต้องรับผิดชอบเท่าไร เวลานี้ทนายจินลุกขึ้นมาคัดค้า