ให้ข้าเสียแล้ว จะกดดันเกินไปแล้ว ไม่เช่นนั้นอย่าคลอดดีกว่ากระมัง?
“ถูกต้อง เป็นซิ่วไฉ!”
“เขาสอบเป็นเสี้ยนอั้นโฉ่วแล้ว จึงได้เป็นซิ่วไฉโดยตรง”
“ข้าได้ยินมาว่าซิ่วไฉยังได้รับเสบียงอาหารและเงินเบี้ยเลี้ยงด้วย”
……
คนเหล่านั้นกำลังพูดอย่างตื่นเต้นระคนดีใจ ราวกับผู้ที่สอบผ่านเป็นคนในครอบครัวพวกเขาเอง เสียงจ้อกแจ้กจอแจประโยคแล้วประโยคเล่าดังขึ้น
หลิ่วซื่อที่ยุ่งอยู่ในครัว หลินซื่อที่ทำงานอยู่หลังเรือน จูปาเม่ยและคนอื่น ๆ รวมทั้งเย่อวี๋หรานและหลี่ซื่อที่กำลังพูดคุยอยู่ในเรือนต่างพากันวิ่งออกมาอย่างตระหนก
“ท่านแม่ ท่านได้ยินหรือไม่ เจ้าเจ็ดสอบผ่านซิ่วไฉแล้วเจ้าค่ะ! สวรรค์! นั่นมันซิ่วไฉ! บ้านพวกเรามีซิ่วไฉแล้วเจ้าค่ะ!” หลี่ซื่อคว้ามือของเย่อวี๋หรานด้วยความดีใจเป็นอย่างยิ่ง
เพราะนางรู้ว่าแม่สามีกัดฟันอยู่ใต้แรงกดดันเป็นอย่างยิ่ง เพื่อส่งจูชีผู้ที่ได้ชื่อว่า ‘คนทึ่ม’ ไปเรียนที่สำนักศึกษา สุดท้ายเพื่ออันใดเล่า ไม่ใช่เพราะเกรงว่านางแก่แล้ว เมื่อถึงครานั้นจะไม่มีคนดูแลจูชีหรือ?
ยามนี้นับว่าดีแล้ว จูชีสอบผ่านได้เป็นซิ่วไฉ ความปรารถนาของแม่สามีก็เป็นจริงแล้ว
นี่เป็นเพียงเรื่องที่หนึ่ง เรื่องที่สองคือในบ้านมีซิ่วไฉแล้ว มาดูเถอะว่าใครยังจะกล้าหัวเราะเยาะพวกเขาสกุลจูว่าใช้เงินเกินตัวเพื่อส่งเด็กไปเรียนหนังสือ เหอะ!
อย่าคิดว่าที่คนเหล่านั้นพูดเหลวไหลอยู่ทั้งวันนางจะไม่ได้ยิน เพียงแต่ไม่อยากให้แม่สามีไ