ต่การกระทำที่เสียดสีความสุขของผู้อื่นกลับไม่เหมาะสมอยู่บ้าง
ทุกคนได้ยินหญิงปากสว่าง ‘พูดสิ่งไม่มีประโยชน์’ ก็กลอกตาอย่างคร้านจะสนใจนาง
วันมงคลใหญ่เช่นนี้ พวกนางคร้านจะโต้เถียงกับนาง!
อย่ามองว่าเป็นเพียงซิ่วไฉ แต่ก็พูดได้ว่านับเป็นเกียรติสูงสุดของคนทั้งหมู่บ้าน
หลังจากนี้คนของหมู่บ้านสกุลจู เวลาออกไปข้างนอกก็ไม่จำเป็นต้องแนะนำสิ่งอื่น เพียงพูดประโยคเดียวว่า ‘หมู่บ้านพวกข้ามีซิ่วไฉ’ เช่นนั้นก็ทำให้คนรอบข้างอิจฉาแล้ว
ลองดูหมู่บ้านรอบ ๆ สิว่ามีซิ่วไฉสักกี่หมู่บ้าน?
อันดับหนึ่งมีหรือไม่?
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนล้วนแซ่จู หากเขียนในลำดับเครือญาติก็ยังเป็น ‘วงศ์ตระกูลเดียวกัน’ สามารถพูดได้อย่างมีหน้ามีตาว่า “อ๋อ เจ้าพูดถึงจูซิ่วไฉหรือ? พวกเราเป็นญาติกัน!”
เช่นนี้ไม่ว่าหญิงในหมู่บ้านจะคิดอยากแต่งงานกับเหล่าชายหนุ่มคนใด สถานะของนางก็จะสูงขึ้นไปด้วย
เดี๋ยวนี้พวกอันธพาลไม่กล้าวุ่นวายกับใครที่สุดเล่า?
นั่นก็คือซิ่วไฉ เห็นนายอำเภอก็ไม่ต้องคุกเข่า หากให้อธิบายอีกสักหน่อย พวกเขาจะไม่ฟังเลยหรือ?
แม้แต่คนโง่ก็ยังรู้ว่า ‘รังแกผู้อ่อนแอ เกรงกลัวผู้แข็งแกร่ง’ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอันธพาลผู้ไม่สนใจกฎหมายพวกนี้เลยด้วยซ้ำ
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูที่อยู่ข้างบ้านก็ได้รับเชิญมา ในฐานะผู้อาวุโสก็แบ่งปันความสุขนี้ด้วย
เมื่อจูเหล่าโถวตื่นขึ้นมาก็พาจูต้า จูเอ้อร์ และพวกลูกชายคนอื่น ๆ กลับบ้าน
ครั้นคนสกุลจูมารวมตัวกัน เจ้า