ไม่ทันแล้ว เขาทําได้เพียงแค่ย้ายไปแผนกศัลยกรรมประสาทเป็นการชั่วคราว ตอนนี้เขาได้แต่ฝากความหวังไว้ที่เฉินชาง ถึงอย่างไร… เขาไม่คิดว่าเฉินชางเป็นหัวหน้าทีมแล้ว จะนำทีมออกมาให้ดีได้
การจะฝึกศัลยแพทย์ระบบประสาทคนหนึ่งต้องใช้เวลานานมาก ต่างจากแผนกอื่น
วันนี้สายจากแผนกฉุกเฉินปลุกเฉินชางตื่น“ศาสตราจารย์เฉิน กล้ามเนื้อลูกชายเลขาเติ้งขาด คุณมาเย็บหน่อยครับ!”
ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งครึ่งแล้ว เฉินชางพลิกตัว ลุกจากเตียงอย่างระมัดระวัง ไม่กล้ารบกวนฉินเยว่ เลขาเติ้งไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นเลขาของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน ถ้าพูดถึงฐานะ ไม่ได้ต่ำไปกว่าอูถงผู่ ทว่าเติ้งเกาหย่วนคนนี้ยังเป็นอธิบดีของสำนักงานควบคุมยาแพทย์แผนจีน เพราะฉะนั้นความจริงแล้ว ตำแหน่งไม่ต่ำเลย
หลังจากมาถึงโรงพยาบาลอย่างเร่งรีบ เฉินชางเห็นเติ้งเกาหย่วนนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมใบหน้าอมทุกข์ เอามือกุมใบหน้า ถอนหายใจไม่หยุด ภรรยาที่อยู่ข้างๆ ยิ่งน้ำตาอาบหน้า
“ศาสตราจารย์เฉิน ทางนี้ครับ!” หลี่เยว่ที่เป็นหมอเวรรีบเรียก
เฉินชางพยักหน้า พร้อมถามเสียงเบา “ฆ่าตัวตายโดยการกรีดข้อมืออีกแล้วเหรอ”
หลี่เยว่พยักหน้า “ครับ!”
เฉินชางถอนหายใจอย่างจนปัญญา นี่มันครั้งที่เท่าไรแล้ว เติ้งเกาหย่วนเห็นเฉินชางมาก็ฝืนยิ้ม “นี่… รบกวนศาสตราจารย์เฉินจริงๆ เลย ดึกดื่นแบบนี้ยังต้องมาที่โรงพยาบาล”
เลขาเติ้งเป็นคนทีถ่อมตัวและสุภาพมาก ไม่มีการวางอำนาจบาตรใหญ่สักนิด
เดิ้ง