เกาหย่วนมักพูดว่า จะใหญ่โตมาจากไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าแม้แต่ลูกของตัวเองยังสอนได้ไม่ดี ก็จริงอย่างที่เขาพูด ความจริงชีวิตของเลขาเติ้งประสบความสำเร็จมาก ภายใต้การนำทีมของเขา สำนักงานควบคุมยาแพทย์แผนจีนพัฒนาไปได้ดีมาก เขาค่อนข้างงานยุ่ง ฝั่งโรงพยาบาลโดยพื้นฐานแล้วอูถงผู่เป็นคนบริหารจัดการ น้อยมากที่เติ้งเกาหย่วนจะเข้าไป
ลูกชายของเติ้งเกาหย่วนปีนี้อายุยี่สิบสี่ปีแล้ว แต่กลับเป็นคนไข้โรคซึมเศร้า เป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่อายุสิบแปด จนตอนนี้ก็หกปีแล้ว ในหกปีนี้ ฆ่าตัวตายไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพียงแค่เท่าที่เฉินชางเห็นเองกับตาที่โรงพยาบาลก็สองสามครั้งแล้ว เรื่องนี้เป็นปมในใจเติ้งเกาหย่วนมาโดยตลอด
ทว่า เรื่องของโรคซึมเศร้า ไม่ได้จะหายได้ง่ายๆ โรคทางระบบประสาทซับซ้อนมากจริงๆ ไปรักษาที่ต่างประเทศก็หลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอสาเหตุ หลังจากลูกชายอายุยี่สิบ เติ้งเกาหย่วนก็ยอมแพ้แล้ว ภรรยาลาออกมาดูแลลูกอยู่ที่บ้าน ไม่กล้าไปทำงาน เขาเองก็อกสั่นขวัญหนี
พวกเขาก็เคยคิดว่าจะมีลูกด้วยกันอีกคน ถึงอย่างไรเป็นแบบนี้ต่อไป… ก็ค่อนข้างยุ่งยาก ถึงขั้นบางทีเดิ้งเกาหย่วนรู้สึกว่าให้ลูกชายของตนเป็นพวกเด็กบ้านรวยไม่เอาไหน เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรงยังดีกว่าวันๆ คิดแต่จะฆ่าตัวตายแบบนี้!
เฉินชางรีบปลอบใจว่า “ไม่เป็นไร มีผมอยู่ ฝีมือการเย็บกล้ามเนื้อของผมดีมาก เลขาเติ้งไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ!”
เดิ้งเกาหย่วนอดส่ายหน้าไม่