ม่ใช่! เมไทมาโซล!”
ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ อวี่หย่งกังไม่อ้อมค้อม พลันจ้องเยวเลี่ยงและถามว่า “หัวหน้าเยวเลี่ยง นี่ยาอะไร”
เยวเลี่ยงจะจำลายมือของตนเองไม่ได้ได้อย่างไร แต่… ทำไมอวี่หย่งกังต้องเอามาให้เขาดู เยวเลี่ยงอดขมวดคิ้วไม่ได้ “ไดบาโซลัมมั้งครับ”
เฉินชางได้ยินคำพูดนี้แล้วถอนหายใจทันที แม้แต่ตัวเองยังอ่านไม่ออก แล้วจะให้คนอื่นอ่านออกได้อย่างไร อย่าคิดว่าลายมือของหมอหวัด ความจริงไม่ใช่แบบนั้น ย้อนไปเมื่อเจ็ดแปดปีก่อน เป็นยุคสมัยที่ต้องเขียนชาร์ตผู้ป่วยด้วยลายมือทุกวัน จะมั่วไม่ได้ ถ้าเขียนผิดจะต้องเขียนใหม่ ใครจะกล้าเขียนด้วยลายมือแบบนี้
สมัยนั้นเขียนชาร์ตผู้ป่วยผิดหนึ่งฉบับปรับสามพันหยวน เป็นเรื่องเล็กมาก เป็นเรื่องที่ปกติมาก! ชาร์ตผู้ป่วยของหมอทุกคนล้วนเขียนด้วยลายมือ หลายคนถึงกับหอบชาร์ตผู้ป่วยกลับไปเขียนที่บ้าน เพราะฉะนั้นหมอที่มาจากยุคสมัยนั้น ความจริงลายมือไม่เลวเลย ส่วนเรื่องลายมือหวัด เป็นความเคยชินที่ไม่ดีล้วนๆ
อย่าคิดว่าหมอจะรู้จักยาทุกชนิด ความจริงพวกเขาก็เดาเอา ไม่อย่างนั้นก็เขียนเพื่อให้เภสัชระบุอีกครั้ง แต่ถ้าคุณเขียนดีๆ หน่อยก็จะหลีกเลี่ยงปัญหาได้มากมาย นี่ก็เป็นเหตุผลที่หลังๆ มามักจะไปขอใบสั่งยากับนักศึกษาแพทย์ นอกจากผู้เชี่ยวชาญงานยุ่ง อีกหนึ่งเหตุผลคือพวกนักศึกษาแพทย์ลายมืออ่านง่าย แยกแยะได้ง่าย!
อวี่หย่งกังได้ยินเยวเลี่ยงบอกว่าเป็นไดบาโซลัมก็โกรธจนตบโต๊ะ “เหลวไห