ทันใดนั้นเอง ฟ่านชิงหัวก็ลืมตาขึ้นมา คนแรกที่ได้เห็นก็คือซุนเจี้ยน!“แม่! แม่ฟื้นแล้ว! แม่ ในที่สุดแม่ก็ตื่นแล้ว!”
ซุนเจี้ยนจับสองมือของผู้เป็นแม่ด้วยความตื่นเต้น นั่งอยู่ข้างเตียง เอ่ยเสียงสั่นสะอื้นไห้พูดกันตามตรง ซุนเจี้ยนเฝ้ารอเวลานี้มานานเหลือเกิน เวลานี้เขารู้ซึ้งแล้วจริงๆ ว่าความหวั่นวิตกเป็นอย่างไรเขาลืมไปแล้วว่าตนกล่าวคำสาบานอยู่ตรงนั้นมากน้อยแค่ไหน เอ่ยคำมั่นไว้มากเท่าไรวินาทีที่ผู้เป็นแม่ลืมตาขึ้นมา เขาพลันรู้สึกว่าฟ้าสว่างแล้ว! ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว!
เมื่อฟ่านชิงหัวเห็นซุนเจี้ยนนั่งอยู่ข้างกายในสภาพแข็งแรงดีก็ยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่สองแม่ลูกล้วนหลั่งน้ำตาออกมาในทันใด
ฟ่านชิงหัวไม่ได้เอ่ยคำพูดตื้นตันออกมามากมายนัก เพียงแต่ยิ้มแล้วเอ่ยประโยคหนึ่ง“รีบนอนพักเถอะ เพิ่งผ่านการผ่าตัดมา พักผ่อนเถอะ! รอออกจากโรงพยาบาลแล้ว แม่จะทำของอร่อยให้ลูกนะ!”
คำพูดนับหมื่นพันก็เทียบกับความห่วงใยในประโยคเดียวของแม่ไม่ได้พยาบาลเห็นฟ่านชิงหัวฟื้นขึ้นมาก็วิ่งไปที่ห้องทำงานด้วยความตื่นเต้น!“ผู้อำนวยการคะ คุณนายฟ่านตื่นแล้วค่ะ!”
พอได้ยินประโยคนี้ ดวงตาของเกาหรงฮว่าเปล่งประกายทันที!ถึงแม้จะคาดการณ์ไว้แต่แรกแล้วว่าต้องฟื้นแน่ แต่ใครจะรับประกันได้ละ!ฟื้นก็ดีแล้ว! ฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว!
เกาหรงฮว่ารีบหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาเฉินชางตอนนั้นเฉินชางเพิ่งจะพันแผลที่แขนให้ชายชราคนหนึ่งเสร็จพอดี เขาเอ่ยด้วยรอยย