ไร”
เฉินซางยิ้มให้“ขอบคุณครับ”
ฉินเสี้ยวยวนอดพูดไม่ได้“เอาเถอะ นายนี่นะ เลิกสุภาพกับฉันได้แล้ว! ตั้งแต่วินาทีที่ยัยหนูคนนั้นขโมยสูทตัวนั้นที่ขนาดฉันยังหักใจเอามาใส่ไม่ลงไปให้นาย ฉันก็รู้แล้วว่าทรัพย์สินบนตัวฉันคงจะเปลี่ยนมือในอีกไม่ช้าก็เร็ว! ลองสวมดูสิ”
เฉินซางหัวเราะอย่างกระอักกระอวน
พอเปลี่ยนรองเท้าเสร็จเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงชะลูด สวมสูทดำ ลายทางที่พรางซ่อนอยู่ทำให้ภาพรวมดูทันสมัยขึ้นหลายส่วน! สีดำที่เนี๊ยบขรึมเข้าคู่กับรองเท้าหนังสีดำ ชวนให้จี้หรูอวิ่นยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ทางเหล่าฉินก็มีความสุขมากเช่นกัน
หลังจากลองสูทรวดเดียวสองสามชุดในช่วงเช้า กินอาหารแบบง่ายๆ ตอนกลางวัน ญาติผู้พี่อย่างเฉินเจอก็มารับเฉินซางกลับจิ้นหยาง
หลายวันมานี้ โดยพื้นฐานแล้วเฉินเจอก็เที่ยวไปเที่ยวมา คอยช่วยจองโรงแรมให้ จัดซื้อข้าวของกับงานจิปาถะเหล่านี้ ถึงอย่างไรฉินเยว่ก็เป็นคนต่างถิ่น มีความช่วยเหลือจากเฉินเจอก็ทำให้ราบรื่นขึ้นมาก เฉินเจอก็มีประสบการณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง แถมยังเป็นผู้จัดการบริษัทรับเหมาก่อสร้างของเฉินเจี้ยนซานด้วย ค่อนข้างช่ำชองด้านการเข้าสังคม
วันที่สิบแปดสิงหาคมเป็นวันมงคลและเป็นวันดีเหมาะจัดงานแต่ง
“ช่วงหลายวันนี้ โรงแรมในจิ้นหยางถูกจองเต็มหมดแล้ว โชคดีที่พวกเราจัดงานกันเองที่บ้าน ไม่อย่างนั้นคงหาสถานที่จัดงานดีๆ ไม่ได้”
เฉินซางได้ยินก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า“ขนาดนี้เลยเหรอ?”
เฉินเจอ