หน้าโดยวิธีทุจริตได้อีกด้วย
เขาหันไปถามจูชี “จูซุ่นเต๋อ เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่?”
ก่อนจะเข้ามาในศาล จูชีถูกกำชับมาแล้วว่าก่อนจะตอบคำถามของนายอำเภอแต่ละครั้งจะต้องแสดงคารวะเสียก่อน
ถ้ารู้ค่อยตอบ ไม่รู้ก็คือไม่รู้ ตอบไปตามความจริงก็พอแล้ว
ด้วยเหตุนี้ จูชีที่ไม่รู้ว่าควรตอบอะไรดีจึงพูดว่า “เรียนใต้เท้านายอำเภอ ข้าน้อยไม่มีอะไรจะพูดขอรับ”
อาจารย์เสินและคนอื่น ๆ ได้ยินเช่นนั้นก็ทราบว่าแย่แล้ว พูดแบบนี้มิเท่ากับว่าเขาไม่คิดจะอธิบายแล้วไม่ใช่หรือ?
ไม่อธิบายก็เท่ากับยอมรับผิดน่ะสิ?
ด้านนอกส่งเสียงฮือฮาอึงอล
“ไม่จริงน่า เขายอมรับผิดแล้ว?”
“อะไรนะ!?”
“เป็นเรื่องจริงหรือเนี่ย!”
……
จูซานก้าวออกมาอย่างเร่งร้อน โขกศีรษะหนึ่งคราแล้วพูดว่า “ใต้เท้านายอำเภอ โปรดอนุญาตให้ข้าน้อยพูดอะไรสักคำ น้องเจ็ดของข้าน้อยมีนิสัยเรียบง่ายไม่ซับซ้อนตั้งแต่เด็ก กระทั่งถูกคนเข้าใจผิดว่าเป็นคนสมองทึ่ม มักแอบรังแกเขาตอนอยู่ตามลำพังเป็นประจำ ข้าน้อยขอบังอาจขอร้องใต้เท้าถามคำถามง่าย ๆ กับเขา เช่นว่าเขาเข้าเรียนตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่ำเรียนอย่างไร…ได้โปรดอย่าให้เขาให้การปกป้องตัวเองเลยขอรับ”
อาจารย์เสินก้าวออกมาอธิบายเพิ่มเติมว่า ลูกศิษย์ของเขาผู้นี้เป็นพวกหนอนตำรา ปกติเวลาเรียนจะให้ท่องจำเป็นหลัก กอปรกับเพิ่งเข้าเรียนได้ไม่นาน จึงยังไม่ได้สอนการวิพากษ์ให้
เรื่องนี้คนในสำนักศึกษาสกุลเสินล้วนทราบดี หากใต้เท้านายอำเภอไม่เชื่อ ล