แต่งเข้าบ้านภรรยา แต่กลับเป็นเสาหลักของครอบครัวมาตลอด ทำเรื่องใหญ่เรื่องเล็กด้วยตัวเอง ปฏิบัติกับภรรยาและลูกสาวเหมือนสมบัติ ทำงานหนักไม่เคยบ่น สองสามีภรรยาราวกับทำอะไรไม่ถูก เรื่องแบบนี้เห็นได้น้อยในหมู่บ้าน อย่าว่าแต่มือที่สามเลย แม้แต่แม่หม้ายเดินใกล้ใครก็ลือกันให้ว่อนแล้ว
สังคมในตอนนี้ แม้เรื่องอย่างมือที่สามจะพบเห็นได้บ่อย แต่… สำหรับสองสามีภรรยาที่ประพฤติตนดีแล้วก็ยังคงทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง เฉินจื้อฟู่อยากตบเรียกสติเฉินเสี่ยวลี่ ถามเธอว่าเป็นคนช่วยมีขีดจำกัดบ้างได้ไหม แต่เฉินเสี่ยวลี่ยังคงอยู่ที่ห้องสังเกตอาการ เฉินจื้อฟู่ก็เป็นห่วงว่าเธอจะเกิดเรื่องอะไรอีก เขาคิดเรื่องนี้ตลอดทั้งวันว่าควรจัดการอย่างไร แต่… จนตอนนี้ก็ยังคิดไมออก
“จะไปดูเสี่ยวลี่หน่อยไหม” ภรรยาของเฉินจื้อฟู่ถามเฉินจื้อฟู่ไมอยากไป แต่เรื่องบางเรื่องท้ายที่สุดก็ต้องเผชิญหน้า หลังผ่านไปเนิ่นนาน เฉินจื้อฟู่ลุกขึ้นมา “ไปกัน ไปดูเธอหน่อย”
ตอนประมาณสี่โมงเย็น เฉินชางพาพ่อแม่ของเฉินเสี่ยวลี่มาโรงพยาบาล เฉินชางพาทั้งสองมาห้องสังเกตอาการ หยิบบันทึกผู้ป่วยมา หลังอ่านผลการตรวจอย่างละเอียด เฉินชางก็โล่งใจ น่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่แล้ว แต่ทำไมยังไม่ได้สติอยู่อีกละ เฉินชางสงสัยเล็กน้อย เฉินจื้อฟู่กับภรรยามองเฉินเสี่ยวลี่ที่อยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเผือดน่าสงสาร
ทั้งสองคนอดถอนหายใจไม่ได้ ความโกรธและขุ่นเคืองในใจพลันสลายไปหมดแล้ว เฉินจื้