ถงที่มองไม่เห็นความหวังและรู้สึกสิ้นหวัง
สภาพสกุลจูของพวกเขาก็ไม่ใช่ว่าดีมาตั้งแต่เริ่ม
ยามที่เลวร้ายที่สุด คนในครอบครัวมีสิบกว่าปากท้อง แต่มีที่ดินเพียงไม่กี่หมู่ ราวกับชีวิตกำลังจะจบสิ้น
“ท่านไม่รู้หรอกว่าช่วงเวลานั้น พวกเราพี่น้องตั้งหลายคน แต่ที่นาของพ่อพวกเรามีเพียงไม่กี่หมู่ยังไม่พอแบ่งคนละหมู่เสียด้วยซ้ำ เป็นช่วงที่น่ากลัวนัก!”
“เพราะเหตุนี้เจ้าหกบ้านข้าจึง ‘หนีออกจากบ้าน’ จนตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราว”
“เจ้าเจ็ดของบ้านพวกข้าเคยเป็น ‘ภาระ’ เพราะเขาทำไร่ไม่ได้ ทั้งยังทึ่มอยู่บ้าง ในอนาคตยังเกรงว่าแม้แต่ภรรยาก็คงหาไม่ได้”
……
อดีตที่ไม่น่าฟังเหล่านั้นค่อย ๆ ถูกเปิดเผยต่อหน้าหลิวเจี้ยนถง
หลิวเจี้ยนถงแทบไม่อยากจะเชื่อ “จะเป็นไปได้อย่างไร? ซุ่นเต๋อเป็นคนที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง แม้จะทึ่มไปสักหน่อยแต่ความจำก็ดีเลิศ สิ่งที่เขาเคยเรียนล้วนไม่เคยลืม ข้ายกย่องความสามารถในการจดจำของเขามาก หากข้ามีความสามารถเช่นเขา การสอบเสี้ยนซื่อครั้งนี้คงมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง”
“ท่านคิดมากเกินไปแล้ว เมื่อก่อนเจ้าเจ็ดไม่ได้เป็นเช่นนี้…” หากจูซานจะเล่าเรื่องน่าอายของน้องเจ็ดของตนคงไม่ค่อยดีนัก
สุดท้ายคำเรียกว่า ‘เจ้าทึ่ม’ ก็ต้องแพร่ออกไป ‘หลอกลวง’ ขุนนางผู้คุมสอบให้ไม่พอใจ เช่นนั้นใครจะกล้า? ทั้งยังกล้าถึงขนาดให้คนทึ่มไปสอบขุนนางระดับเคอจี่ ไม่กลัวว่าจะถูกตัดหัวหรือ?
เขาเพียงแสดงออกอย่างคลุมเครือว่าเพราะจูชีทึ