ย์ของพ่อข้า แต่พ่อข้าไม่รับ เขาจึงไม่ชอบหน้าข้ามาโดยตลอด ทุกครั้งที่เจอหน้ากันก็มักจะหาเรื่อง…” เสินกวงจี้ว่าแล้วก็กล่าวต่อไปอย่างประหลาดใจ “แต่น่าแปลก พ่อข้าบอกว่าเขาเป็นพวกไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่เหมาะจะเรียนหนังสือ เขาแน่ใจขนาดนั้นได้อย่างไรว่าปีนี้เขาจะต้องสอบติดแน่นอน?”
ทันใดนั้นพลันไม่มีใครพูดอะไร
เห็นว่าแถวใกล้จะถึงพวกเขาแล้ว หลิวเจี้ยนถงก็เตือนทุกคนให้ตรวจสอบสัมภาระของตนเอง
พอได้ตรวจสอบ เสินกวงจี้กลับพบว่าในสัมภาระของตนเองมีกระดาษแผ่นหนึ่งเกินมาอย่างคาดไม่ถึง
หลิวเจี้ยนถงที่มีประสบการณ์แล้วส่ายหน้าให้เขาเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องพูดอะไร แล้วตะโกนออกไปนอกแถว
“มีอะไรรึ?” จูซานวิ่งเข้ามาหา ไม่รู้ว่าพวกเขาเรียกตนเข้ามาหาเวลานี้เพราะเหตุใด
“พี่สาม คงต้องรบกวนท่านแล้ว ข้าเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าตอนข้าออกมาลืมลงกลอนประตูเอาไว้ ประเดี๋ยวกลับไปแล้วรบกวนท่านตรวจดูให้ข้าด้วยนะขอรับ” หลิวเจี้ยนถงพูดขณะใช้ร่างบังสายตาคนรอบข้าง แล้วยัดกระดาษแผ่นนั้นใส่มือจูซาน
ไม่ถูกต้องสิ พวกเราอยู่ห้องเดียวกันไม่ใช่รึ? ขณะที่จูซานรู้สึกว่าอีกฝ่ายพูดจาแปลก ๆ ก็พบว่าในมือตนเองมีของสิ่งหนึ่งเพิ่มขึ้นมา เขาพลันเข้าใจทันที “อ้อ เจ้าหมายถึงเรื่องนี้เองหรือ เจ้าเข้าสอบไปอย่างสบายใจเถอะ ข้าจะช่วยเจ้าดูเอง”
“รบกวนท่านจริง ๆ พี่สาม!”
“ไม่รบกวนหรอก ไปเถอะ!”
จูซานตบไหล่หลิวเจี้ยนถง บอกให้เขาวางใจ
ใช้สายตามองส่งพวกเขาไปจนกร