ียนมาก็เพื่อวันนี้ไม่ใช่รึ? อย่ามาเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลย ถ้าทำให้เสียเวลาสอบ ถึงตอนนั้นอาจหมดสิทธิ์เข้าสนามสอบก็ได้”
“เฮอะ! ใครให้เจ้ามาแส่? เจ้าคิดว่าข้าสิ้นไร้ไม้ตอกเหมือนเจ้า สอบไม่ผ่านก็ต้องกลับบ้านไปทำนางั้นรึ? บ้านข้ารวย ต่อให้สอบไม่ผ่าน ข้าก็สามารถกลับบ้านไปเป็นคุณชายใหญ่เสพสุขได้อยู่ดี…”
หม่าหงคั่วยังพูดไม่จบ เสินกวงจี้ก็พูดแทรกขึ้นมาว่า “ใช่สิ ใครจะไปโชคดีเหมือนเจ้า มีป้าฝ่ายแม่เป็นอนุภรรยาของคนใหญ่คนโต แต่ไม่รู้ว่าถ้าเจ้าไปเยือนเรือนตระกูลเฉียน พวกเขาจะรู้จักหลานป้าอย่างเจ้าหรือเปล่า”
“เจ้า…” หม่าหงคั่วที่ถูกเปิดโปงจนหมดเปลือกรู้สึกว่าใบหน้าตนเองเห่อร้อน เขาจ้องเสินกวงจี้อย่างโกรธกริ้ว
โชคดีที่เวลานั้นคนที่มาด้วยกันดึงเขาเอาไว้ “ศิษย์พี่หม่า อย่าก่อเรื่องเลย ใกล้จะถึงเวลาสอบแล้ว อย่าให้กระทบเรื่องสำคัญดีกว่า”
คนผู้นั้นยังขยับเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูหม่าหงคั่ว
หม่าหงคั่วมองมาทางเสินกวงจี้อย่างย่ามใจ แค่นเสียงเย็นว่า “เฮอะ! คอยดูเถอะ คราวนี้ข้าจะต้องสอบติดแน่นอน รอจนข้าสอบได้แล้ว ข้าค่อยมาคิดบัญชีกับเจ้า”
แล้วก็พาคนทั้งคณะวางท่าใหญ่โตจากไป
แม้จูชีจะเข้าเรียนในสำนักศึกษาสกุลเสินมาสักพักแล้ว แต่เขาไม่เคยเห็นหม่าหงคั่ว ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร จึงถามขึ้นมาอย่างสงสัย
หลิวเจี้ยนถงบอกเขาว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนดีอะไร เป็นคนจากสำนักศึกษาสกุลไป๋ในตำบลอันจิ่ว
“ตอนแรกเขาอยากเป็นลูกศิษ