ลาอาหารมื้อเที่ยงมาแล้วก็ยังไม่เห็นคน
นางเริ่มกังวลใจขึ้นมา: คงไม่ได้เกิดอะไรขึ้นหรอกกระมัง?
พ่อหลิ่วที่ดูคล้ายสงบนิ่งก็เริ่มนั่งไม่ติดเช่นกัน ส่งลูกชายคนหนึ่งออกไปสอดส่องที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
แต่ก็ยังไม่พบคนอยู่ดี
“ตาเฒ่า คงไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวระหว่างทางหรอกนะ?” แม่หลิ่วถามอย่างไม่สบายใจ
“จะเกิดเรื่องได้อย่างไร? ระหว่างหมู่บ้านสกุลจูกับหมู่บ้านสกุลหลิ่ว เดินทางลำบากหน่อยก็จริง แต่หลายปีที่ผ่านมา เจ้าเคยได้ยินใครเกิดเรื่องด้วยรึ?” พ่อหลิ่วว่า “เกรงว่าทางด้านสกุลจูคงเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงเสียมากกว่า”
“สกุลจู?” แม่หลิ่วหัวใจเต้นแรง “ไม่กระมัง? ไม่เห็นแก่ภิกษุก็เห็นแก่พุทธองค์*[1] เจ้าลูกคนนี้โง่ไปหน่อย แต่จะพูดอย่างไรนางก็คลอดลูกชายให้สกุลจูสองคนแล้วนะ”
“ลูกชายแล้วอย่างไร สกุลจูขาดแคลนลูกชายงั้นรึ? เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าจูต้าเหนียงเป็นคนแบบไหน?”
แม่หลิ่วเงียบไป
จริงด้วย หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เคยเหมือนใครเสียที่ไหน คนอื่นอยากได้ลูกชาย แต่เจ้าตัวกลับอยากได้ลูกสาว
เพื่อลูกสาวคนเดียวยังเกือบทำให้บ้านแตกมาแล้ว
แต่ช่วงสองปีมานี้เหมือนถูกโชคหล่นทับอย่างไรอย่างนั้น ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ ถึงขั้นส่งลูกชายสมองทึ่มเข้าสำนักศึกษาได้แล้ว
ในความคิดของนาง ถ้าจะส่งก็ควรส่งหลานชายสองคนนั้นของนางมากกว่า
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าแค่เห็นก็รู้ว่าเป็นเด็กฉลาด มีพรสวรรค์ในการเรียนหนังสือ หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์กลับพิลึ