บทที่ 625 โคลนที่ฉาบไม่ติดกำแพง
“ท่านแม่จะเป็นห่วงเจ้าหกหน่อยก็ไม่ได้รึ?” จูซานแย้ง “ถึงอย่างไรเจ้าหกก็เป็นลูกของท่านแม่ คนเป็นแม่อยากรู้ว่าลูกชายตัวเองเป็นอย่างไรบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดานี่นา?”
“นั่นคือคนอื่น แต่แม่พวกเราไม่เหมือนคนอื่นนี่” จูซื่อกล่าว “ท่านแม่ชอบลูกชายงั้นรึ? ท่านแม่ชอบลูกสาวต่างหาก ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ ปีนั้นเจ้าหกจะโมโหจนหนีออกไปจากบ้านได้อย่างไร?”
จูซื่อใช้โอกาสนี้เหน็บแนมจูลิ่ว
บอกว่าเจ้าเด็กคนนี้ไม่เคยต้องลำบาก อาศัยว่าฉลาดมีไหวพริบ ก็คิดไปว่าตนเองวิเศษวิโสนักหนา ทำอะไรตามอำเภอใจ
ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน กลายเป็นคนอย่างไรไปแล้ว
“ข้าว่าเขาตัวเล็กอย่างนั้น ต่อยตีกับใครก็คงไม่ชนะ ดีที่วิ่งหนีได้ไว คงไม่ได้ไปเป็นขอทานน้อยอยู่ที่ไหนสักที่หรอกนะ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นมิสู้กลับบ้านมาแต่เนิ่น ๆ ยังจะดีกว่า”
“แต่เขามีนิสัยดื้อรั้นเกินไป ถ้าไม่ถึงที่สุดจริง ๆ คงไม่ยอมกลับมาแน่ คงทนรับการเคี่ยวกรำต่อไปนั่นแหละ”
……
ระยะทางสั้น ๆ เท่านั้น จูซื่อก็ยังบ่นอะไรได้ตั้งมากมาย
อย่าเห็นว่าเขาตำหนิจูลิ่วต่อหน้าพี่น้องคนอื่นอย่างนั้น แต่พอมาอยู่ต่อหน้าเย่อวี๋หรานกลับไม่กล้าพูดถึงจูลิ่วแม้ประโยคเดียว
จูซานกับจูอู่มองมาอย่างดูแคลน: เอาสิ พูดสิ ทำไมเจ้าไม่พูดอะไรเลย?
“พวกเจ้าไม่มีใครรู้ข่าวคราวเจ้าหกเลยสักคน?” เย่อวี๋หรานกวาดสายตามองพวกเขาไปทีละคน
“ไม่ขอรับ” ทั้งสามคนส่ายศีรษะ
ขณะที่