พวกเขานึกว่าจะถูกคาดคั้นถามอีกครั้งนั่นเอง เย่อวี๋หรานก็พูดว่า “ในเมื่อไม่ได้ข่าว ทำไมไม่รู้จักไปสืบมา?”
ทั้งสามคนงงงัน “อะไรนะขอรับ?”
“จะพูดอย่างไรเจ้าหกก็เป็นน้องชายร่วมสายเลือดของพวกเจ้า น้องชายตัวเองยังไม่เหลียวแล แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน? ความสามัคคีของพี่น้องตัดได้กระทั่งทองคำ ไม่เคยได้ยินคำกล่าวนี้งั้นรึ?”
สามพี่น้อง “…”
ท่านแม่ ตอนแรกท่านไม่ได้พูดแบบนี้นี่นา
ท่านบอกว่า ถ้าใครแอบติดต่อกับเจ้าหกลับหลังท่าน ก็ไม่ถือว่าเป็นลูกชายของท่าน จะหักขาสุนัขของคนผู้นั้นทิ้งเสียอย่างไรเล่า
……
พวกเขาจะไม่รู้จักนิสัยของมารดาของพวกตนได้อย่างไร?
ตอนนั้นพวกเขาต้องเสี่ยงถูกตีขาหักไปตามหาจูลิ่วเชียวนะ
ทว่าน่าเสียดาย พวกเขาต้องไปตามหาเสียเที่ยว สุดท้ายยังคงหาคนไม่พบ
คิดไม่ถึงว่าเรื่องผ่านมานานมากแล้ว จู่ ๆ เย่อวี๋หรานก็รื้อขึ้นมาพูดใหม่ บอกว่าพวกเขาใจดำ ไม่สนใจกระทั่งพี่น้องร่วมสายเลือด แบบนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ?
“ท่านแม่ ท่านกำลังใส่ร้ายพวกข้าอยู่นะขอรับ ตอนนั้นพวกข้าไปตามหาเจ้าหกแล้ว แต่หาไม่เจอ…”
จูซื่อปากไวเกินไป จูซานกับจูอู่ห้ามไม่ทัน ทั้งสองคนตกอกตกใจแทบตาย
ซวยแล้ว! เจ้าหมอนี่คิดจะทำให้พวกเขาซวยไปด้วยงั้นเรอะ?
ตอนแรกพวกเขาตั้งใจไว้ว่าจะไม่ยอมรับเด็ดขาด ท่านแม่ไม่มีหลักฐาน เรื่องนี้ก็สามารถกลบเกลื่อนไปได้แล้ว
แต่นี่กลับดีนัก มาเปลี่ยนคำเอากลางทาง แบบนี้จะต่างจากการสารภาพความผิดต่อหน้าท่านแม่ตร