งไหน?!
สองพี่น้องมองไปทางจูซื่ออย่างตื่นตระหนก แทบอยากเย็บปากเขาเอาไว้เสียเดี๋ยวนั้น
คราวนี้พวกเขาอยากปฏิเสธก็ปฏิเสธไม่ได้แล้ว
“อ้อ? ไปตามหาแล้ว? เจ้าแน่ใจนะว่าตอนนั้นพวกเจ้าตามหาดีแล้ว?” เย่อวี๋หรานถามต่อไปโดยทำเป็นมองไม่เห็นท่าทางของพวกเขา “แค่ไปตามหาอย่างเสียมิได้ ค้นหาตรงนั้นตรงนี้ให้แล้ว ๆ ไป หรือตั้งหน้าตั้งตาตามหาคนอย่างละเอียด ตามหาคนอย่างจริงจัง?”
“ต้องค้นหาอย่างจริงจังอยู่แล้วสิขอรับ พวกข้าแทบจะพลิกหมู่บ้านตามหากันแล้ว แม้แต่ทางไปตำบลอันจิ่วพวกข้าก็ไปตามหาคนมาแล้วเหมือนกัน แต่ไม่ได้อะไรเลย ยังหาคนไม่เจออยู่ดี ใครจะไปรู้ว่าเจ้าหกหนีไปถึงไหนต่อไหนแล้ว? ตอนนี้เขาจะเป็นหรือตายก็ยังไม่รู้…”
น้ำเสียงของจูซื่อเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
ตอนนั้นเขาคิดไปเองว่าตนเองสนิทสนมกับจูลิ่วมากที่สุด ไฉนเลยจะคิดว่าคนอื่นไม่ได้ไยดีเขาสักนิด บอกว่าจะไปก็ไปทันที คำลาสักคำก็ไม่มี
เรื่องนี้ทำให้จูซื่อหัวเสียยิ่งนัก นึกแค้นเคืองอยู่ในใจ ผ่านมานานเพียงนี้แล้วก็ยังไม่ลืม
“เจ้าแน่ใจ?” เย่อวี๋หรานแค่นเสียงกล่าวว่า “ทำไมข้าถึงคิดว่าความผูกพันระหว่างพวกเจ้าพี่น้องก็แค่นี้เอง?”
“ท่านแม่ ท่านไม่เชื่อใจข้าหรือขอรับ?” จูซื่อรับไม่ได้
มารดาสามารถไม่เชื่อใจเขาเรื่องไหนก็ได้ แต่มาแคลงใจความสัมพันธ์ของพวกเขาพี่น้องได้อย่างไร?
“ปกติพวกข้าสนิทกันออกอย่างนั้น คนมีตาก็ต้องมองออกแล้วไหมขอรับ? ยกเว้นก็แต่เจ้าหก” จูซื่อกล