พอแล้ว
พวกเขาเองยังรู้ภาพรวมไม่กระจ่าง คนนอกยิ่งไม่ต้องพูดถึง ชนเผ่าใหญ่น้อยตั้งรกรากอยู่ทางตอนเหนือของราชสำนักเซินถู เป็นหนามยอกอกของราชสำนักเซินถูตลอดมา
เมื่อเย่อวี๋หรานเห็นรายละเอียดเกี่ยวกับแผ่นดินต้าเหมิงจากในบันทึกการเดินทางที่พวกต้าเป่านำกลับมาด้วย สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป
เพราะเรื่องนี้ทำให้นางนึกถึงฉากสู้รบที่นางเห็นในฝัน
ในฤดูหนาวของทุกปี หิมะปกคลุมไปทั่วบริเวณ แผ่นดินต้าเหมิงที่เลี้ยงชีพด้วยการเลี้ยงสัตว์ตกอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร ช่วงเวลานี้เอง พวกเขาก็จะพาคนในชนเผ่าเข้ามารุกรานชายแดนทางเหนือของราชสำนักเซินถู
เย่อวี๋หรานช่วยต้าเป่าอธิบายเสร็จแล้วก็ไม่อาจนั่งเฉยต่อไปได้ นางออกมาจากห้องแล้วตรงไปหาจูซาน
จูซานกำลังพูดคุยกับพี่น้องคนอื่นในห้องโถง เมื่อถูกมารดาเรียกออกไปคุยด้วยตามลำพังก็ออกจะประหลาดใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขาได้ยินชื่อของจูลิ่วจากปากของมารดาก็มีสีหน้าตกตะลึง “เจ้าหก?!”
เพราะเขาไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่า วันหนึ่งคนที่กล่าวถึงจูลิ่วอีกครั้งในเรือนหลังนี้จะไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นมารดาของพวกตน
“ท่านแม่ ทำไมจู่ ๆ ท่านก็…ถามถึงเจ้าหกล่ะขอรับ?” จูซานร้อนตัวยิ่งนัก
ปีนั้นที่จูลิ่วหนีออกไปจากบ้าน เขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน
แต่เขาคิดไม่ถึงว่าจูลิ่วจะหุนหันพลันแล่นปานนั้น รอจนเขาได้สติคืนมาและออกไปตามหาคนพร้อมกับจูซื่อและจูอู่ จูลิ่วก็หายตัวไปแล้ว
“ไม่มีอะไร ข้าแค่ฝันไป