อนหน้านี้นางกับสะใภ้ใหญ่ตกลงกันไว้แล้วว่าวันนี้นางจะกลับบ้านเดิม และพรุ่งนี้สะใภ้ใหญ่จึงค่อยกลับบ้านเดิม
ทางฝั่งนางล้วนเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว ผลคือยามที่จะออกเดินทาง สะใภ้ใหญ่จะมาออกเดินทางก่อน เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?
“ท่านแม่ ท่านต้องตัดสินให้ข้านะเจ้าคะ แม้ว่าข้าจะเข้าสกุลมาทีหลัง แต่ข้าก็เป็นลูกสะใภ้ของท่านเช่นกัน ข้าเกิดเป็นคนของสกุลจู ตายก็เป็นผีของสกุลจู ไม่อาจให้คนมารังแกได้ตามใจนะเจ้าคะ”
หลิวซื่อฝีปากเฉียบแหลม ละล่ำละลักพูดออกมา ไม่ให้โอกาสหลิ่วซื่อได้พูด
ทำให้คนฟังแล้วเหมือน ‘ความผิด’ เป็นของฝั่งหลิ่วซื่อ
แม้ว่าตามกฎแล้วคนแรกที่กลับบ้านควรเป็น ‘สะใภ้ใหญ่’ แต่หากพวกสะใภ้ตกลงกันเป็นการส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็นับว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หากหลิวซื่อตกลงกับหลิ่วซื่อเรียบร้อยแล้วจริง แต่หลิ่วซื่อยังมาทำเช่นนี้ก็มากเกินไปจริง ๆ
เย่อวี๋หรานมีตาชั่งอยู่ในใจ ในใจนางคิดว่าสิ่งที่หลิวซื่อพูดมีแต่น้ำ แต่หลิ่วซื่อยังไม่ได้พูด เช่นนั้นก็ยังตัดสินไม่ได้
นิสัยของหลิ่วซื่อเป็นอย่างไร นางจะไม่รู้เชียวหรือ?
คนที่แม้แต่จะโกหกยังทำไม่ได้เช่นนั้น หากบอกว่านางมีใจคิดคด เย่อวี๋หรานก็จะไม่เชื่อเป็นคนแรก
แต่ต้องบอกว่าหลิ่วซื่อหัวช้า เป็นไปได้ที่จะทำเรื่องโง่ ๆ ลงไป
“เอาล่ะ พอได้แล้ว” เย่อวี๋หรานพูดกับหลิวซื่อ “ทั้งหมดเป็นเจ้าที่พูดคนเดียว ยังจะให้พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าได้พูดบ้างหรือไม่?”
“ข้า…ข้าไม่ได้โก