ลิวซื่อแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเล่า นางจะทำอย่างไร?
ยามนี้ทะเลาะกันต่อหน้าแม่สามี นางล้วนไม่มีหลักฐาน จะต้องพูดอย่างไรดีเล่า?
“หลิ่วซื่อ?” เย่อวี๋หรานรออยู่นาน หลิ่วซื่อก็ไม่แม้แต่จะผายลม ทำให้นางขมวดคิ้วขึ้นมา
“ท่านแม่…” หลิ่วซื่อตอบรับเสียงเบาคราหนึ่ง
“ข้ากำลังพูดกับเจ้าอยู่”
“เจ้าค่ะ”
“เมื่อครู่ข้าถามเจ้าว่าอย่างไร เจ้าไม่ได้ยินหรือ?” เย่อวี๋หรานรู้สึกอัดอั้นตันใจอยู่บ้าง
หากเปลี่ยนเป็นแม่สามีที่ไม่ดีซึ่งไม่มีน้ำอดน้ำทน คาดว่าความจริงเป็นอย่างไรก็ล้วนไม่สนใจแล้ว
เห็นได้ชัดว่าเป็นห่วงนาง แต่ถูกปฏิบัติเช่นนี้ ยังจะรู้สึกพอใจได้หรือ?
หลายครั้งเข้าเกรงว่านางก็คร้านจะสนใจแล้ว
“ได้ยินเจ้าค่ะ…”
“เช่นนั้นได้ยินว่าอะไร?”
หลิ่วซื่อ “…”
“เจ้าหาใช่เด็กสามขวบ มีอะไรก็พูดออกมาเสีย ไม่ใช่เก็บไว้ในใจตลอด รู้หรือไม่? เจ้าไม่พูดคนอื่นจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าคิดอย่างไรอยู่? เจ้าเห็นคนอื่นเป็นหนอนในท้องเจ้าหรือ?” เย่อวี๋หรานพยายามอดทนอดกลั้น
หลิ่วซื่อยังคงไม่ส่งเสียงใด
“ข้าถามเจ้าประโยคหนึ่ง เจ้าได้ตอบรับหลิวซื่อไปแล้วหรือไม่?” เย่อวี๋หรานเริ่มคิดอยากปล่อยไปตามเรื่องตามราวแล้วจริง ๆ
จะจัดการกับคนทึ่มทื่อเช่นนี้อย่างไร?
สอนลาสักตัว ยังสบายใจกว่าสอนหลิ่วซื่อไม่ใช่หรือ?
แม้ลาจะโง่สักหน่อย แต่อย่างน้อยก็ยังใช้แส้เฆี่ยนได้ แต่หลิ่วซื่อผู้นี้เฆี่ยนได้หรือ?
หากเฆี่ยนไป คนอื่นคงคิดว่านาง ‘ทารุณ’ ลูกสะใภ้
หลิ่วซื