ูกอยู่บ้าง เขาคาดไม่ถึงว่าเดิมทีเขาจะมาปลอบใจจูต้าเหนียง แต่หลังจากพูดไปกลับถูกคนปลอบใจแทน
นี่เป็นสาเหตุที่เขาชอบพูดคุยกับจูต้าเหนียง
บางครั้งนางก็ฉลาดจนทำให้คนปวดหัว มีบางคราที่รู้สึกเหมือนถูกนางมองออกจนทะลุปรุโปร่ง
บางครั้งนางก็แปลงกายเป็น ‘ปราชญ์’ เปิดประตูสู่อนาคตที่ไม่เคยเห็นมาก่อนให้เจ้าบานหนึ่ง ความสับสนและไม่เข้าใจทั้งหมดก็ล้วนถูกแก้ไขในชั่วพริบตา
มีผู้หญิงเช่นนี้อยู่ สกุลจูจะไม่มีความสุขในทุก ๆ วันได้อย่างไร?
สุดท้ายกานอี้เซียนก็กล่าวว่า “ข้าไม่รู้ว่าฝันนั้นคือเรื่องอันใด บางทีมันอาจเป็นเพียงสัญญาณเตือนอย่างหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร ข้าเชื่อว่าไม่มีอะไรจะทำให้ท่านล้มลงได้ ท่านจะยังคงเป็นจูต้าเหนียงผู้ที่ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง ราวกับภูเขาที่ตั้งตระหง่าน ซึ่งไม่มีทางถูกทำลายได้”
“เจ้ายกย่องข้าเกินไปจริง ๆ!” เย่อวี๋หรานยิ้ม
คนทั้งสองยืนอยู่นานท่ามกลางยามราตรี
แม้ว่าในใจจะยังคงสงสัย แต่เมื่อมีคนผู้นั้นอยู่เคียงข้างก็รู้สึกว่าไม่เลว ราวกับได้รับกำลังใจจากคนข้าง ๆ ตลอดเวลา ราวกับบอกกับนางว่า “ไม่ต้องกลัว ท่านเก่งที่สุด! หากท่านยังทำไม่ได้ แล้วจะยังมีผู้ใดทำได้เล่า?”
ระหว่างฟ้าดิน ทั้งความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง และไร้ที่พึ่งได้มลายหายไปจนสิ้น
ไม่ว่าความฝันนั้นจะมีความหมายอย่างไร และไม่ว่านางจะต้องพบเจอกับอนาคตแบบไหน ตราบใดที่นางเป็น ‘จูต้าเหนียง’ ไม่ว่านางจะทำอะไรนางล้วน ‘ถูกต้อง