าดึกดื่นเช่นนี้ทำไมจึงนอนไม่หลับ ทั้งยังตื่นขึ้นมาอย่ากะทันหันเช่นนี้?” เย่อวี๋หรานพูดจบก็มองไปยังท้องฟ้า
ในค่ำคืนที่มืดมิด มีสายลมหนาวพัดผ่านมา
บนท้องฟ้ามืดสนิท ไร้ซึ่งแสงดาว
เย่อวี๋หรานพูดต่อไปว่า “เพราะข้าฝันถึงเรื่องหนึ่ง”
“ฝันว่าอะไรหรือ?” กานอี้เซียนพอจะคาดเดาได้
จูต้าเหนียงไม่เหมือนคนที่ชอบพูดเรื่องส่วนตัว คืนนี้นางมาคุยเรื่องนี้กับเขา ไม่ใช่ว่า…
“ข้าฝันถึงเจ้าหก ทั้งยังมีสนามรบ สงครามที่น่าเศร้า มีผู้คนล้มตายมากมาย…” เย่อวี๋หรานชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ข้ายังฝันเห็นใบหน้าเปื้อนเลือด ข้าจำได้อย่างชัดเจนว่านั่นคือเจ้าหก”
หัวใจของกานอี้เซียนเต้น ‘ตึกตัก’ คราหนึ่ง: ไม่ใช่กระมัง หรือว่าเขาจะมองผิดไป?
เขามองใบหน้าของเย่อวี๋หราน มองแล้วมองอีก แต่ก็มองไม่ออกว่าผิดพลาดตรงไหน
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางจริงจังและสับสนของเขา ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เอาเถอะ มองไม่ออกก็มองไม่ออก เรื่องโหงวเฮ้งก็เพียงแค่พูดกันไป จะอย่างไรก็ยังต้องดูการเลือกของคนผู้นั้นด้วย”
“ข้าเคยได้ยินคำพูดที่ว่า ชีวิตของคนแท้จริงมี ‘อนาคต’ มากมาย ดังนั้นแม้จะเลือกทางหนึ่ง มันก็เป็นเพียงผลลัพธ์จาก ‘ทางเลือก’ มากมายเท่านั้น ตัวเลือกต่างกันย่อมทำให้เกิดผลลัพธ์ในอนาคตที่ต่างกัน”
“ยามนี้สิ่งที่เจ้ามองเห็น อาจเป็นเพียงหนึ่งใน ‘อนาคต’ มากมาย อนาคตจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือข้าจะ ‘เลือก’ ทางเลือกไหน”
……
กานอี้เซียนทำตัวไม่ถ