ึ้นนะครับ!”
เซวียตงยิ้มพลางหาข้ออ้างมากมาย ซึ่งก็มีแต่ปัดความรับผิดชอบ
เฉินชางทนดูไม่ได้ เขาแค่นเสียงหัวเราะเดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่ายแล้วพูดว่า “หัวหน้าอวี๋ ผมขอเป็นแพทย์ผู้นำทีมเองครับ!”
ประโยคนี้ทำให้อวี๋หย่งกังตกตะลึง
แม้แต่เซวียตงเองก็ยังมองเฉินชางด้วยความสงสัย
ในตอนนี้เอง หัวหน้าทีมสี่ เป้ยหย่งคังก็เดินเข้ามา เฉินชางรีบเรียก “หัวหน้าเป้ย ช่วยเป็นผู้ช่วยให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”
เป้ยหย่งคังตกตะลึง หันไปมองเซวียตง แล้วมองอวี๋หย่งกัง “ศาสตราจารย์เฉิน? หัวหน้าอวี๋… นี่มัน?”
อวี๋หย่งกังสังเกตได้ทันทีว่าเฉินชางกับเซวียตงมองกันด้วยสายตาแปลกๆ ทันใดนั้นเขาก็พบเบาะแสบางอย่าง
แต่ว่า…
นี่คือการผ่าตัดระบบประสาทเชียวนะ เฉินชางจะทำได้หรือ
อวี๋หย่งกังขมวดคิ้ว มองเฉินชางด้วยความสงสัย แต่เขาเข้าใจเฉินชาง เจ้าหนุ่มคนนี้เอาจริง เขาไม่ใช่คนแบบนั้น ต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน
อวี๋หย่งกังพูดว่า “เอ่อ… รองหัวหน้าเซวีย คุณรีบไปทำงานต่อเถอะ”
เซวียตงยิ้ม แต่หลังจากเข้าไปในลิฟต์แล้ว ใบหน้าของเขาก็ถมึงทึง
ทันทีที่ถึงชั้นสิบแปด ของแผนกศัลยกรรมประสาท เขาก็ไม่ได้ออกมาจากลิฟต์ แต่อยู่ในลิฟต์ต่อไปจนลงมาถึงห้องผ่าตัดชั้น 3