ดยทิ้งหลิวซื่อเอาไว้
หลิวซื่อสะดุ้งตกใจ เพราะน้อยครั้งนักที่จูเอ้อร์จะเรียกชื่อเต็มของนาง จู่ ๆ ก็พูดออกมาเช่นนี้ นางเกือบไม่รู้แล้วว่านั่นคือชื่อของตัวเอง
“จูเอ้อร์ เจ้ารอข้าก่อน…”
นางตามไปอย่างรีบร้อน
อากาศหนาวเหน็บ หิมะปกคลุมไปทั่ว รอบด้านเป็นสีขาวโพลน
ภรรยาของหมอชาวบ้านนั่งลงข้าง ๆ สามี พูดอะไรไม่ออกอยู่เป็นนาน “นี่…”
หมอชาวบ้านยังสะเทือนใจไม่สร่าง “อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ให้ข้าสงบจิตสงบใจสักหน่อย”
“เจ้าควรสงบจิตใจจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าจูต้าเหนียงบุกมาที่เรือนเพราะเรื่องนี้ก็ยุ่งยากแล้ว” เพียงนึกถึงความป่าเถื่อนของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ ภรรยาของหมอชาวบ้านก็รู้สึกว่าหนังศีรษะชาวาบ อยากกลับไปหลบที่บ้านเดิมเสียเดี๋ยวนั้น
หมอชาวบ้านไม่กล้าพูดอะไรไปชั่วขณะ
เย่อวี๋หรานเองก็คงคิดไม่ถึงว่า ไปหาหมอเพราะเรื่องเล็กแค่นี้ สองสามีภรรยากลับทะเลาะกันกลับมาเสียแล้ว
จูเอ้อร์เบียดร่างที่มีหิมะปกคลุมพุ่งเข้ามาในเรือนอย่างอารมณ์เสีย เมื่อนั่งลงหน้ากองไฟได้ก็ไม่ยอมขยับไปไหนอีก
ไม่ว่าใครจะถามอะไร เขาก็ไม่ปริปาก
ท่าทางอารมณ์บูดบึ้งอย่างนั้น แค่เห็นก็ชวนให้คนโมโหแล้ว
“เจ้ารอง ข้าถามเจ้าอยู่นะ” เย่อวี๋หรานกล่าว “เจ้าออกไปด้วยกันกับเมียเจ้า ทำไมมีแต่เจ้ากลับมาคนเดียว?”
“ท่านแม่ อย่าถามเลยขอรับ เมียที่น่าอับอายขายขี้หน้าแบบนั้น ใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ” จูเอ้อร์กล่าวอย่างมีโทสะ
เย่อวี๋หรานหมดคำพูด “เจ้าพูดเหมือนอยากปล