หนีไปได้อยู่แล้ว เพียงปรายตามองมาก็ทำให้หลิวซื่อเดินเข้าไปนั่งลงแต่โดยดี
แต่จูเอ้อร์ไม่ยินยอมพร้อมใจ ยกม้านั่งถอยห่างออกไป ไม่อยากนั่งอยู่ข้างนาง
“เจ้าทำอะไร เจ้ารอง?” เย่อวี๋หรานเห็นอย่างนั้นก็ไม่พอใจ
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” หลิวซื่อยิ้มเอาใจ
น่าเสียดายที่จูเอ้อร์ไม่รับน้ำใจนั้น เขากล่าวโดยไม่มองหน้านางแม้แต่น้อย “ท่านแม่ ท่านก็ไม่ถามนางบ้างล่ะขอรับว่านางไปทำอะไรมา ไปหาหมอแท้ ๆ แต่นางกลับไปโวยวายเสียงดังในเรือนคนอื่น…น่าขายหน้าสิ้นดี! อีกไม่กี่วันคนทั้งหมู่บ้านก็คงได้รู้กันหมดแล้ว”
“รู้อะไร?” เย่อวี๋หรานงุนงงไปหมด
หลิวซื่อรีบแก้ตัว “ท่านแม่ เรื่องนี้โทษข้าไม่ได้นะเจ้าคะ ก็ท่านหมอคนนั้น…”
นางฟ้องเรื่องหมอชาวบ้านออกมาเสียยืดยาว
บอกว่าหมอชาวบ้านจับชีพจรไม่แม่น นางไปหาหมอที่ตำบลมาแล้วก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร แต่หมอชาวบ้านกลับประเสริฐนัก พอจับชีพจรก็มาบอกว่านางไม่ท้อง
นี่แสดงว่าอะไรน่ะหรือ?
แสดงว่าเขาอยากเหยียบหน้าสกุลจูน่ะสิ
หมอชาวบ้านคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไรเลยจริง ๆ
……
เย่อวี๋หรานประหลาดใจ “ไม่ถึงขั้นนั้นกระมัง ข้าว่าหมอชาวบ้านไม่เหมือนคนแบบนั้นเลยนะ”
แม้นางจะคิดว่าฝีมือด้านการแพทย์ของหมอชาวบ้านไม่ได้ดีมาก เพียงตรวจรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยได้เท่านั้น แต่นางเชื่อในจรรยาบรรณของเขา
ไม่อย่างนั้น คราวก่อนตอนที่นางให้เขาช่วยแสดงละครหลอกลวงคน เขาก็คงไม่ลำบากใจถึงขนาดนั้นแล้ว
“ทำไมจะไม่ใช่คนแบบนั้นล่