ว่างเย่อวี๋หรานกับจูชี บอกคนในหมู่บ้านที่ต่อแถวอยู่ว่า ถ้าอยากได้กลอนความหมายแบบนี้ ให้ไปต่อแถวกับคนไหน
“ท่านอา ท่านอยากได้กลอนโชคลาภ เชิญไปต่อแถวหน้าพี่ใหญ่ของข้าได้เลยขอรับ เขาเขียนกลอนโชคลาภโดยเฉพาะ”
“ท่านน้า เชิญต่อแถวทางนี้ขอรับ พี่รองของข้าเขียนกลอนอยู่เย็นเป็นสุข”
……
แต่ถึงจะจัดการแบบนี้แล้ว หลังจากเขียนกลอนมาทั้งวัน ข้อมือของทุกคนก็ล้ากันไปหมด
โดยเฉพาะต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าที่อายุยังน้อย ปกติตอนฝึกคัดลายมือ อาจารย์เสินก็ไม่ให้พวกเขาคัดมากเกินไป คราวนี้แม้เย่อวี๋หรานจะบอกให้พวกเขากลับเข้าเรือนไปก่อนแล้ว แต่ก็เหน็ดเหนื่อยเอาการ
เมื่อกลับมานั่งผิงไฟในห้องโถง หลิ่วซื่อใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำร้อนประคบให้พวกเขา ในใจก็รู้สึกสงสาร
“ท่านแม่ ไม่เป็นไรขอรับ อาจารย์เสินบอกว่าพวกข้ายังเด็ก กระดูกยังเจริญไม่เต็มที่ พอโตขึ้นแล้ว ฝึกคัดให้มากก็จะไม่เป็นแบบนี้แล้วขอรับ” ต้าเป่าสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของมารดาจึงพูดปลอบอย่างใส่ใจ
จูซานยังสอนวิธีนวดข้อมือเด็กน้อยทั้งสองให้หลิ่วซื่อ
“พี่สะใภ้ใหญ่ ไม่เป็นไรขอรับ คัดอักษรมากเกินไปจึงปวดข้อมือ แต่ไม่ได้บาดเจ็บถึงข้อต่อ พอพวกเขาโตกว่านี้ยังจะได้ฝึกคัดเยอะกว่าตอนนี้เสียอีก นิ้วมือถลอกปอกเปิกไปหมด…”
หลิ่วซื่อประหลาดใจ “คัดอักษรก็ทำให้มือถลอกได้ด้วยรึ? ดูเหมือนจะไม่ได้สบายไปกว่าพวกเราทำนาเลยนะ?”
“สบายที่ไหนกันล่ะขอรับ การคัดอักษรมีรายละเอียดมากมาย ข้อมือต้อ