นาน ๆ ทีเย่อวี๋หรานจึงจะเข้าครัว วันนี้เป็นเวรลูกสะใภ้คนไหนทำอาหารก็เป็นคนนั้นรับผิดชอบ
จะทำอะไรบ้างก็มารายงานนางเสียก่อน นางพยักหน้าแล้วค่อยเริ่มทำได้
คนขายเนื้อแซ่หลี่มีโอกาสได้รับประทานอาหารที่เรือนสกุลจูอีกครั้ง พบว่าฝีมือการทำอาหารของสะใภ้สกุลจูเหมือนจะก้าวหน้าไปอีกขั้น
เขากินอาหารบนโต๊ะไปรวดเดียวจนพุงกาง แต่ก็คล้ายจะยังไม่หนำใจ
“จูต้าเหนียง ท่านสั่งสอนลูกสะใภ้ได้เก่งกาจนัก ข้ากล้าพูดเลยว่าฝีมือทำอาหารสุดยอดกันทุกคน ชีวิตนี้ข้าไม่เคยกินของอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย”
เย่อวี๋หรานยิ้ม “พูดเช่นนี้ไม่ดีหรอกนะ ประเดี๋ยวเจ้ากลับไปแล้วเมียเจ้าได้ยินเข้า นางคงได้ชวนเจ้าทะเลาะพอดี นางทำกับข้าวให้เจ้ากินมาครึ่งค่อนชีวิตแล้วนี่นา”
คนขายเนื้อแซ่หลี่หัวเราะ “ฮ่า ๆๆๆ…ท่านไม่ต้องห่วงหรอก จูต้าเหนียง ฝีมือทำอาหารของเมียข้าเป็นอย่างไรนางรู้ตัวดี ไม่อย่างนั้นนางจะมาซื้ออาหารที่เรือนพวกท่านอยู่บ่อย ๆ หรือ? นางคงคิดว่าอาหารที่พวกท่านทำอร่อยเหมือนกันนั่นแหละ”
“ถ้าพวกข้าทำไม่อร่อย ใครจะมาซื้อกันล่ะ?”
“ฮ่า ๆๆๆ…”
……
ทำงานเสร็จแล้ว เย่อวี๋หรานก็ส่งซองแดงหนาปึ้กมาให้
คนขายเนื้อแซ่หลี่บ่ายเบี่ยงไม่รับ บอกว่าสกุลจูอุดหนุนการค้าของเขามานานแล้ว ครั้งนี้เขามาเพื่อช่วยงานเท่านั้น ถ้ายังจะรับเงินอีก คราวหน้าเขาคงไม่กล้ามาอีกแล้ว
“เอ๊ะ ช่วยงานก็ส่วนช่วยงาน แต่สิ่งที่ควรให้ก็ยังต้องให้อยู่ดี” เย่อวี๋หรานยัดเงินกลับไ