ป๋ลู่ลับตาไปจากหัวมุมถนนแล้ว
พูดตามตรงว่าประโยคคลุมเครือที่เธอทิ้งเอาไว้ มันทำให้คนรู้สึกกลัว
จางเฉิงที่กลัวผีมาตั้งแต่เด็ก ในตอนกลางวันแสก ๆ เขาก็ยังตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว
[น้องผู้หญิงก็ไม่ได้พูดอะไรนี่นา เกิดอะไรขึ้นเหรอ?]
[ทำไมพี่จางถึงมองตามหลังน้องผู้หญิงอย่างเหม่อลอยแบบนั้นล่ะ พี่ชอบเธอเหรอ? ชอบก็ต้องกล้าตามไปสิ พอได้ช่องทางติดต่อแล้ว ต่อไปก็จะได้ดูทั้งสองคนกินข้าวด้วยกัน มันจะต้องชวนหิวมาก ๆ แน่นอน]
“ไสหัวไปเลยนะ ชอบไม่ชอบอะไรล่ะ พวกนายมันใจร้าย อย่าเห็นผู้หญิงแล้วพูดจาส่งเดช มันจะทำลายชื่อเสียงของผู้หญิงเขา” จางเฉิงเก็บความรู้สึกสงสัยไว้ในใจแล้วทะเลาะกับความคิดเห็นของผู้ชมอย่างที่ทำจนเป็นนิสัย พร้อมกับเดินมุ่งหน้ากลับบ้าน
บนถนนในเมือง การจราจรคับคั่ง ร้านค้าริมถนนตั้งป้ายเรียงรายสวยงามเต็มไปหมด เขากำลังรอสัญญาณไฟจราจรตรงสี่แยกเล็ก ๆ แล้วทบทวนการทัวร์ร้านในวันนี้กับโทรศัพท์
“พูดตามตรงนะ การทัวร์ร้านวันนี้มันล้มเหลวนิดหน่อย ฉันสัญญาว่าจะให้บทเรียนกับเจ้าของร้าน แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นฉันที่ถูกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ให้บทเรียนอย่างหนัก พลาดแล้ว ฉันพลาดแล้ว…เฮ้! วันนี้อากาศร้อนมาก โทรศัพท์ฉันร้อนมาก ห้องไลฟ์สดมันกระตุกนิดหน่อย ทุกคนรอแป๊บนะ…”
จางเฉิงก้มศีรษะลงแล้วแนบโทรศัพท์กับแผ่นระบายความร้อน
ไฟแดงกระโดดเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ทันใดไฟเขียวก็เข้าสู่การนับถอยหลังสิบวินาที
พลันนำมาซึ่งลางสังหรณ