นตัวบนชั้นสอง
จนถึงเวลาเที่ยงคืนกว่าทุกคนจึงแยกย้ายกันไ
ต่างคนต่างดื่มหนัก ตอนกินข้าวก็ดื่มไนิดหน่อย กินข้าวเสร็จ
ยังไต่อที่ KTV กันอีกยกแม้แต่ฉินเยว่ก็ยังดื่มเบียร์ไหลายแก้ว
คืนนี้เฉินชางตั้งใจจะไม่กลับบ้าน เขาคิดไว้แล้วว่าวันนี้ยังไงก็
ต้องดื่มแน่นอน
ทุกคนต่างดื่มหนัก เดินโซซัดโซเซกลับห้องไทีละคน
หลังจากที่เฉินชางดูแลฉินเยว่ส่งเธอเข้านอนเรียบร้อยแล้วก็ตั้งใจ
จะออกไสูดอากาศบริสุทธิ์
เขาได้ยินเสียงงึมงำ ตลอดคืน หวังหย่งเจ้าคนากหนักพอ
ดื่มเหล้าแล้วกลายเ็นขี้เหล้ามักไมค์ ร้องเพลงอยู่ได้ไม่รู้จักเบื่อ
พอเดินออกมาแล้ว เขาก็พบหลี่เ่าซานที่เดินออกมา
เหมือนกัน
ทำให้เฉินชางชะงักไชั่วครู่
“หัวหน้า ไม่ได้ดื่มเยอะไใช่ไหมครับ”
หลี่เ่าซานหัวเราะ “ไม่หรอก ก็แค่อุดอู้ไหน่อย เลยจะลงไ
สูดอากาศน่ะ”
เฉินชางได้ยินดังนั้น ก็พูดขึ้น “ได้วยกันนะครับ”
ทั้ง
สองเดินลงไชั้นล่างด้วยกันค่ำคืนในเมืองหลวงไม่หนาวเย็นเท่าเมืองอันหยาง แต่
มีบรรยากาศที่พิเศษกว่าเมืองอันหยางหลายเท่า ลมกระโชกที่
พัดผ่านมาเ็นครั้งคราวช่วยคลายความกังวลลงไมาก
ทั้ง
สองเดินเคียงไหล่พูดคุย
ผ่านไสักพักใหญ่ จู่ๆ เฉินชางก็ถามขึ้นมาว่า “หัวหน้า เหมือน
คุณเคยบอกว่าเมื่อก่อนเคยอยู่ที่เมืองหลวงใช่ไหมครับ”
หลี่เ่าซานพยักหน้า “อืม เคยอยู่ที่เมืองหลวงสิบแดี ผมจบ
มหาวิทยาลัยแพทย์เมืองหลวงตอนีเก้าสอง ซึ่งก็คือคณะแพทย์
มหาวิทยาลัยเมืองหลวงในตอนนี้”
เฉิน