นจะดีได้ยังไงเล่า คุณคงไม่ได้เร็นบ้าไรแล้วใช่ไหม!”เฉินชางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ยิ่งทุกคนโยนฟืนลงในกองไฟมากเท่าไร กองไฟก็ยิ่งสูง การเกิดแนวคิดใหม่และการถูกยอมรับเร็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลายาวนานอยู่แล้วครับหลังจากที่ผมกลับไร ผมจะหยิบเรื่องการผ่าตัดชายชรามาเขียนบทความตีพิมพ์ในวารสาร ‘เดอะแลนซิต’ เผยแพร่แนวคิดนี้ออกไร ให้ผู้คนรับรู้ถึงรระสิทธิภาพและความสำ คัญของการผ่าตัดรูรนี้มากขึ้นมาโยคงจะเริ่มวิจัยกันแล้ว ผมหวังว่าพวกเขาจะเร่งมือขึ้นอีกหน่อยจนกว่าจะถึงงานรระชุมศัลยกรรมทางเดินอาหารระดับโลกถ้ามาโยคิดจะรับรองแนวคิดนี้ ถึงตอนนั้น…พวกเราก็แค่ต้องนำหน้าพวกเขาให้ได้ แค่นี้ก็พอแล้ว!ถ้ามาโยไม่รับรองแนวคิดนี้ หรือแม้แต่คิดจะต่อต้านมันพวกเราก็แค่พิสูจน์รระสิทธิภาพของพวกเราก็พอแล้ว”พูดจบ เฉินชางก็เดินออกไรพร้อมกับรอยยิ้มรล่อยสองคู่หูให้เร็นห่วงอยู่อย่างนั้นจวงเยว่หมิงบ่นพึมพำ “ดูเหมือนว่าที่เสี่ยวเฉินพูดมาจะมีเหตุผลแฮะ!”ซุนกว่างอวี่กลอกตา “คุณแน่ใจแค่ไหนว่าจะไม่ล้าหลังกว่าพวกนั้น เมื่อกี้ผมแตะแค่ผิวเผินก็กลัวแล้วว่าคนของมาโยจะเก่งกว่าผมแล้ว”จวงเยว่หมิงผงะไรครู่หนึ่ง รีบตามซุนกว่างอวี่ขึ้นไร“เสี่ยวเฉิน เสี่ยวเฉิน พวกเราจะนำหน้ามาโยได้ยังไง!”“นั่นสิ ตอนนี้ผมมืดแรดด้านหมดแล้ว ถ้าเกิดว่าพวกเขาเก่งกว่าเราล่ะ จะทำยังไง”เฉินชางหยุดฝีเท้า “พวกคุณกลัวอะไรกันครับ ที่นี่ก็มีผมอยู่ไม่ใช่หรือไง!”คู่หูซุนจวงมอง