อกับพี่ชายของเขาก็ไม่อยู่ ก็คงน่าสมเพชกว่าเดิม…มองข้ายังไม่อยากจะมอง”
จูเอ้อร์เม่ยออกมาจากคุกได้ก็ตรงมาที่บ้านเดิม ไม่ยอมกลับหมู่บ้านเฉียนเฉวียน นั่นก็เพราะดูถูกลูกชายคนเล็กนี่เอง
ชีวิตในคุกไม่สุขสบาย ตอนนี้นางเพียงอยากพักผ่อน ไฉนเลยจะคิดว่ากลับต้องมาเผชิญหน้ากับเรื่องน่ารำคาญใจเช่นนี้?
เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “ตัวปัญหาในครอบครัวพวกเจ้าไม่อยู่แล้ว ข้าคิดว่าชีวิตของเสี่ยวซินคงดีกว่าเดิม”
“เป็นไปไม่ได้!” จูเอ้อร์เม่ยยืนกราน
เย่อวี๋หรานไม่พูดพร่ำเพรื่อ เพียงทำทีพยักพเยิด ยกโอกาสพูดให้กับจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่น
ที่แท้ ระหว่างที่จูเอ้อร์เม่ยไม่อยู่ คนสกุลจูได้ให้การดูแลเฉียนเสี่ยวซินเป็นอย่างดี
ถึงอย่างไรเฉียนเสี่ยวซินก็เป็นหลานชายแท้ ๆ ของสกุลจู เรื่องดี ๆ ที่แบ่งปันให้คนอื่น จะไม่แบ่งปันให้พวกเขาด้วยได้อย่างไร?
ดังนั้น เมื่อหมู่บ้านเฉียนเฉวียนมาขออภัยหมู่บ้านสกุลจู ยอมรับความผิด พอเริ่มความเคลื่อนไหว ทางด้านสกุลจูก็ส่งคนไปช่วยเหลือเฉียนเสี่ยวซิน
เหล่าเฉียนกับเฉียนซินไม่อยู่ เฉียนเสี่ยวซินจึงเป็นแรงงานเพียงหนึ่งเดียวของครอบครัว ให้เขาทำงานทั้งหมดนั้นคนเดียวก็กินแรงเกินไป
แต่สกุลจูไม่เหมือนกัน สกุลจูมีสมาชิกมาก จึงแบ่งคนไปช่วยงานสักคนสองคน รวมกับเฉียนเสี่ยวซินและภรรยา รวมถึงภรรยาของเฉียนซิน เท่านี้ก็เพียงพอต่อการจัดการงานในนาแล้ว
สกุลเฉียนไม่ได้มีกฎเกณฑ์มากมายปานนั้น ไม่อนุญาตให้ค้าขาย เย่