นสักคน”
……
คนที่โชคดีที่สุดคงเป็นพ่อเฒ่าจูกับแม่เฒ่าจูกระมัง เพราะคนทั้งสองไม่โดนด่าไปด้วย
เย่อวี๋หรานหันหน้ามา ตอนแรกก็คิดว่าจะตำหนิผู้เฒ่าทั้งสองด้วยเช่นกัน แต่เมื่อใคร่ครวญจากมุมมองของพวกเขาแล้วจึงชะงักปากเอาไว้แล้วกลืนคำพูดลงไป
ช่างเถอะ คนก็ชราแล้ว มีหลานเหลนแล้ว คิดมากให้น้อยลงหน่อยจะดีกว่า!
นางเชิญผู้เฒ่าทั้งสองเข้าไปในเรือน
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นไม่เต็มใจให้จูเอ้อร์เม่ยเข้าเรือนไปเวลานี้ เย่อวี๋หรานก็ไม่ได้ฝืนใจ แต่ถามไปตรง ๆ ว่าจูเอ้อร์เม่ยคิดจะทำอย่างไรต่อไป
จูเอ้อร์เม่ยอึ้งไป “ข้าเพิ่งกลับมาเองนะ…”
นางอยากอธิบายว่าตนเองเพิ่งกลับมา เพียงอยากพักผ่อนให้เต็มที่ มิหนำซ้ำ เหล่าเฉียนและเฉียนซินยังอยู่ในคุก นางเองก็มีหนังสือหย่าแล้ว ยังต้องคิดอะไรอีก
นางยังคาดคั้นถามเย่อวี๋หรานอย่างพาลโมโหว่า นางเพียงสงสารลูกชายเท่านั้น ทำไมต้องขังนางไว้ในคุกด้วย?
ความจริงก็คือจูเอ้อร์เม่ยไม่ได้อยู่ในคุกด้วยความสมัครใจ ตอนนั้นนางแค่คิดจะข่มขู่เย่อวี๋หราน คิดไม่ถึงว่าจะทำให้เย่อวี๋หรานบันดาลโทสะ จนจับนางขังไว้ในนั้น
จูเหล่าซาน จูเหล่าซื่อ จูซานเสิ่น และจูซื่อเสิ่นที่ได้ยินแบบนั้น “…”
แม่เจ้า สมแล้วที่เป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ โหดจริง ๆ!
เรื่องนี้ถึงพูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อ!
เย่อวี๋หรานกลอกตาแล้วกล่าวว่า “ก็เจ้าโง่เอง ข้ายังจะทำอย่างไรได้? ทำไมรึ เจ้ายังอยากจะป่าวประกาศไปทั่ว คิดว่าตัวเองมีหน้ามีตาม