ๆ อยากทำเป็นไม่ได้ยินต่อไปก็ไม่ได้แล้ว
หลี่ซื่อรีบผลักให้จูซื่อออกไปดู นางยังปลีกตัวไปไม่ได้เพราะต้องกล่อมลูกน้อยสองคนที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงทะเลาะวิวาท
เดิมทีนั้นหลินซื่อก็ไม่ได้อยากออกมา แต่จูอู่เคลื่อนไหวรวดเร็ว สวมรองเท้าอย่างว่องไวแล้วก็ออกไปทันที
นางเป็นห่วงสามีของตนเองจึงสวมชุดคลุมชั้นนอกแล้วตามออกไป
จูต้ากับหลิ่วซื่อคุยกันถูกคออย่างหาได้ยาก ขณะกำลังคุยเสียเพลินก็ได้ยินเสียงดังเอะอะ ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งตกใจ
พวกเขาหันมาสบตากัน: เกิดอะไรขึ้น?!
แม้ว่าแต่ละคู่จะทะเลาะกันเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เป็นประจำ แต่ก็มักสะสางกันเองเงียบ ๆ ไม่ได้โวยวายออกมา
ตราบใดที่ฝ่ายตรงข้ามไม่โวยวาย พวกเขาก็ถือกฎว่าเงียบไว้ก่อน ทำเป็นไม่ได้ยิน ควรทำสิ่งใดก็ทำสิ่งนั้น
แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน หลิวซื่อกรีดร้องโวยวายราวกับไม่สนใจหน้าตาอีกต่อไปแล้ว อย่างไรก็ไม่คล้ายว่าจะเป็นเรื่องเล็ก
ทำอย่างไรได้ ทั้งสองคนได้แต่สวมรองเท้าแล้วรีบออกไป
“เกิดอะไรขึ้น?” จูต้าถามขึ้นมาเมื่อเห็นจูซื่อและจูอู่
“ดูเหมือนจะเป็นพี่สะใภ้รอง” ได้ยินไปไม่กี่ประโยค จูอู่ก็พอจะคาดเดาสาเหตุได้แล้ว เขาทอดถอนใจ “นางอยากเลี้ยงกระต่าย แต่พี่รองไม่เห็นด้วย…”
เขาไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ว่าหลิวซื่อด่าว่าจูเอ้อร์เป็นพวกใช้การไม่ได้ โทษที่จูเอ้อร์ไม่ ‘แย่ง’ งานเลี้ยงกระต่าย ทั้งคู่จึงทะเลาะกัน
เนื่องจากหลี่ซื่อไม่อยู่ด้วย จูอู่จึงให้หลินซื่อไปเคาะประตู
พวกเข