าที่เป็นผู้ชายไปเคาะประตูห้องน้องสะใภ้/พี่สะใภ้ย่อมไม่เหมาะสม แต่ถ้าเป็นน้องสะใภ้กลับไม่มีปัญหา
ถึงพี่รองจะอยู่ในห้อง แต่เขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ย่อมไม่ถือสาน้องสะใภ้อยู่แล้ว
หลินซื่อนึกตำหนิจูอู่: ตอนมีเรื่องดีไม่รู้จักเรียกข้า เรื่องไม่ดีแบบนี้กลับคิดถึงข้า
ตำหนิก็ส่วนตำหนิ แต่นางไม่กล้าไม่เชื่อฟังจูอู่ ได้แต่เดินไปเคาะประตูแต่โดยดี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
คนข้างในไม่ตอบ ยังคงทะเลาะกันต่อไป
จูอู่เร่งรัด “เสียงดังหน่อย”
หลินซื่อมองค้อนใส่เขา แล้วเคาะประตูเสียงดังกว่าเดิม
คนในนั้นก็ยังไม่ตอบ ยังคงทะเลาะกันต่อไป
จูอู่กล่าวว่า “เจ้าก็ส่งเสียงหน่อยไม่ได้รึ?”
ตอนนี้เขารำคาญขึ้นมาแล้ว เขาคิดว่าถ้าเป็นพี่สะใภ้สี่คงเรียบร้อยไปนานแล้ว
หลินซื่อน้อยใจ เพราะนางไม่อยากตะโกนถึงได้เคาะประตูอย่างไรเล่า
เอาแต่เรียกนาง ทำไมไม่เรียกพี่สะใภ้ใหญ่บ้าง?
หลิ่วซื่อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จับชายอาภรณ์อย่างวิตกกังวล
อย่าว่าแต่เดินเข้าไปเรียกคนเลย ต่อให้เคาะประตูนางก็คงไม่กล้า
กล่าวตามตรง นางนึกดีใจอยู่บ้างที่จูต้าไม่ฉลาดเท่าจูอู่ ถ้าให้นางไปเคาะประตู…
แม้หลินซื่อจะไม่พอใจ แต่สามีพูดขนาดนี้แล้ว นางได้แต่เคาะประตูอีกครั้งแล้วตะโกนเข้าไปข้างในว่า “พี่รอง! พี่สะใภ้รอง! พวกท่านหยุดทะเลาะกันได้แล้ว เปิดประตูให้หน่อยเจ้าค่ะ”
ภายในห้องเงียบสงบลงทันใด
ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูก็เปิดออก
คนที่เดินออกมาคือจูเอ้อร์ เสื้อผ้าบนร่างเขาหลุดลุ่ย ใ