งเอ่ยตอบ “เรื่องนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ แต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับการไถพรวนดินด้วย? อีกตั้งนานกว่าจะถึงช่วงเพาะปลูก ต้องรอถึงปีหน้า…”
“อีกนานจริง ๆ นั่นแหละ แต่พวกเจ้าเคยคิดไหมว่า สิ่งที่พวกเราปลูกกันคือพืชไร่แท้ ๆ แต่ทำไมวัชพืชพวกนี้กำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดไปเสียที?” เย่อวี๋หรานถาม
คราวนี้จูถงฮว่ามีปฏิกิริยาบ้างแล้ว จึงรีบตอบก่อนใคร “จะหมดได้อย่างไร? หญ้าพวกนี้พอสักจอบลงไปก็ขาดแล้ว ข้างล่างยังมีตออยู่เลย…”
“แล้วพวกเจ้าเคยคิดไหมว่า ถ้าพลิกหน้าดินกลบวัชพืชพวกนี้ให้ลึกหน่อย ไม่แน่ว่าวัชพืชพวกนี้อาจโผล่ขึ้นมาไม่ถึงหน้าดินก็ได้?” เย่อวี๋หรานกล่าว “พืชไร่เปราะบางกว่าวัชพืช แต่ต่อให้วัชพืชพวกนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหน พวกเราฝังไว้ลึกขนาดนั้น พวกมันยังจะรอดมาได้ทั้งหมดโดยที่ไม่มีต้นไหนตายเลยงั้นหรือ? พวกเราไม่ได้ตั้งความหวังว่าไถพรวนดินไปครั้งเดียว วัชพืชก็จะตายเกลี้ยง แต่คงทำให้พวกมันตายไปได้สักครึ่ง ช่วยประหยัดแรงพวกเราได้สักหน่อยกระมัง?”
“ไอ้หยา สวรรค์ทรงโปรด มีเหตุผลจริง ๆ ด้วย!” จูถงฮว่ากล่าวอย่างตื่นเต้นยินดี “หากท่านไม่พูด พวกข้าก็คงคิดไม่ออก พอท่านพูดขึ้นมา ทำไมอะไร ๆ ก็ถูกไปหมดเลยนะ?”
คนอื่น ๆ กล่าวอย่างทึ่ง ๆ เช่นกัน “จริงด้วย มีเหตุผล!”
“ข้านึกแล้ว ไม่แปลกเลยที่ข้าฟันหญ้าพวกนั้นไปเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที ที่แท้ก็เพราะเหตุนี้นี่เอง ถ้ารู้แต่แรกว่ามีวิธีแบบนี้อยู่ด้วย ข้าคงทำไปนานแล้ว”
“อ้อ จ