ึงเวลาจะได้รู้ว่าควรทำสิ่งใดก่อนหลัง”
“แบบนั้นก็ควรบอกพวกข้าล่วงหน้าเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นถ้าพวกข้ารั้งท้ายพวกท่านไปไกล คนในหมู่บ้านคงมาประท้วงพวกข้ากันพอดี” เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลหลี่กล่าว “แบบนั้นพวกข้าก็ปวดหัวแย่น่ะสิ”
ผู้อาวุโสหมู่บ้านสกุลหลี่ รวมถึงเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสหมู่บ้านสกุลหลิวที่อยู่ข้าง ๆ ก็ช่วยพูดเช่นกัน ถ้าจะทำก็ต้องทำด้วยกัน ห้ามทิ้งใครเอาไว้ข้างหลัง
“ทิ้งใครที่ไหนกัน ต่อให้พวกท่านไม่มา พวกข้าก็ต้องไปหาเพื่อบอกพวกท่านด้วยตัวเองอยู่แล้ว” เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูหยิบตำราเล่มบางส่งให้พลางกล่าวว่า “นี่คือข้อกำหนดที่พวกข้าร่างเอาไว้คร่าว ๆ…”
เขาอธิบายไปเล็กน้อยเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน
เขาเน้นว่าทุกคนเพิ่งจะทำนาน้ำเป็นครั้งแรก จะต้องป้องกันเหตุไม่คาดฝันอย่างการเพาะปลูกไร้ผลเก็บเกี่ยวอย่างเข้มงวด แต่ละบ้านเพียงแบ่งที่นาหนึ่งหมู่ออกมาทดลองทำนาน้ำเท่านั้น
พอทุกคนทดลองทำจนจับทางได้แล้วค่อยลงมืออย่างเต็มกำลัง อยากปลูกสักกี่หมู่ก็ได้ทั้งนั้น พวกเขาจะไม่ไปกะเกณฑ์อีก
แต่ปีแรกจะต้องทำตามที่พวกเขาบอก
หมู่บ้านสกุลหลี่และหมู่บ้านสกุลหลิวไร้ความเห็น แค่อีกฝ่ายเต็มใจให้พวกตนเอาด้วย จะปลูกมากปลูกน้อยสำคัญตรงไหนกัน?
คนเขายังปลูกน้อยแค่นั้น ถ้าเจ้ากล้าปลูกเยอะแล้วเกิดปัญหาขึ้นจะให้ใครรับผิดชอบ?
เสบียงอาหารเป็นเรื่องใหญ่ ไม่อาจทำมักง่าย หมู่บ้านสกุลจูจะรอบคอบไว้ก่อนก็เป็นเรื่องที่