กล้าอยู่บ้าง จึงฟังคำบ่นของพวกเขา
แต่พอบ่นเสร็จแล้ว จูเหล่าโถวกลับแสดงสีหน้าลำบากใจ “ท่านพ่อ ท่านแม่ เรื่องนี้…พวกท่านคิดว่าข้าตัดสินใจได้หรือ?”
แม่เฒ่าจูกล่าวว่า “นางเป็นเมียเจ้า ต่อให้ไม่มีอำนาจตัดสินใจก็คงพูดอะไรได้บ้างนั่นแหละ?”
นางเข้าใจสถานการณ์ของลูกชาย แต่ในใจกลับยากจะยอมรับ
นางไม่ได้อยากกดดันจูเหล่าโถว แต่เป็นเพราะนางสงสารจูเอ้อร์เม่ยจับใจ กลัวว่าถ้าเหล่าเฉียนและเฉียนซินเข้าคุกไปแล้ว ชีวิตของจูเอ้อร์เม่ยจะน่าเวทนากว่าเดิม
จูเหล่าโถวกล่าวอย่างคล้ายจะละอายใจ “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องพูดแล้ว ท่านลืมเรื่องแม่ม่ายฉินคราวก่อนไปแล้วหรือ? นางยังติดใจเรื่องนั้นอยู่ ถ้ามีเรื่องเพิ่มมาอีก ข้ากลัวว่านางจะไล่ข้าออกจากเรือนโดยเห็นแก่พวกลูกชายอีก…”
“นางเป็นคนแบบไหน พวกท่านใช่ว่าจะไม่รู้ ใจเด็ดยิ่งนัก”
“ข้าง้อนางมานานขนาดนี้แล้ว ถึงตอนนี้ก็ยังแยกห้องกันนอน มือก็ยังไม่ยอมให้ข้าจับด้วยซ้ำ”
……
จูเหล่าโถวยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกแย่
ก่อนที่เรื่องแม่ม่ายฉินจะแดงออกมา เขายังมีสิทธิ์มีเสียงอยู่ในครอบครัวบ้าง ภรรยาของเขายังไว้หน้าเขาเพราะเห็นแก่ลูกชายลูกสาว
ทว่านับตั้งแต่เรื่องราวเปิดเผยออกมาแล้ว สายตาที่พวกลูก ๆ มองเขาก็เปลี่ยนไป
เขาอยู่ในบ้านหลังนี้ก็ลำบากเหมือนกันนะ!
มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะกล้าไปยุ่งได้อย่างไร?
ตอนนี้เขาแก่แล้ว ไปทำงานในนายังรู้สึกว่ากินแรง วันหน้าคงต้องพึ่งพาลูกชายเลี้ยงดู เขาเพียงหวังว่