ูกก็ยังเป็นผู้อาวุโสอยู่วันยังค่ำ ต้องเคารพนอบน้อม พูดจาก็ต้องมีความเกรงอกเกรงใจ ถ้าใคร ๆ ล้วนทำเหมือนเขา พอมีเรื่องไม่พอใจนิดหน่อยก็ขึ้นเสียง คนอื่นคงเข้าใจไปว่าสกุลจูของข้าไร้การอบรม…”
ดูเหมือนว่า ‘สั่งสอน’ จูต้า แต่ประโยคที่ว่า ‘ต่อให้ผู้อาวุโสทำไม่ถูก’ ก็ทำให้วาจานี้เปลี่ยนความหมายไปทันที ผู้อาวุโสสามารถทำตัวไม่น่าเคารพได้ แต่ผู้เยาว์ไม่อาจไม่เคารพผู้อาวุโส ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับไร้การอบรม
ลูกที่เย่อวี๋หรานสั่งสอนมากับมือย่อมไม่มีทางไร้การอบรมไปได้!
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูสะท้านใจ “…”
ลูกสะใภ้ผู้นี้ไม่ยอมใครเลยจริง ๆ!
ดูคำพูดคำจาสิ น่าฟังกว่าเมื่อก่อนเยอะ แต่อ้อมค้อมไปมา ทำให้คนอัดอั้นใจกว่าเดิมเสียอีก
มีโทสะแต่ไม่อาจระบาย ยังมิสู้พูดจาตรงไปตรงมาแบบเมื่อก่อน
คนที่เข้าใจได้เร็วที่สุดก็คือจูซื่อ จูอู่ และหลี่ซื่อ คนทั้งสามมองตากัน สื่อสารผ่านสายตาว่า ‘ดูเอาเถอะ ยังคงเป็นท่านแม่ของพวกเราที่ร้ายกาจ ด่าคนไม่มีคำหยาบเลยสักนิด!’
เห็นสีหน้าของผู้เฒ่าทั้งสองแล้ว เย่อวี๋หรานก็กลัวว่าจะทำให้พวกเขาโมโหตายไปเสียก่อน จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เรื่องเอ้อร์เม่ย ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องกังวล เอ้อร์เม่ยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คนที่วางแผนร้ายต่อข้าคือเหล่าเฉียนกับเฉียนซินเจ้าเด็กหน้าเหม็นนั่นต่างหาก ถ้าจะมีใครติดคุกก็คือพวกเขา แต่เอ้อร์เม่ยสงสารลูกชาย ไม่ยอมกลับมากับพวกข้า นางอยากอยู่กับลูกชายจึงไม่ไ