า ไม่ว่าจะหวั่นไหวมากี่ครั้ง เฉินชางก็จะควบคุมความคิดของตนเองเพลงเพลงหนึ่งดังขึ้นข้างหูไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร‘ถ้าตอนหนุ่มผมไม่ด้อยค่าตัวเองรู้จักรักษาไว้ไม่ได้ให้ความฝันอันงดงามกับคุณคือความเสียใจตลอดชีวิตของผมถ้าผม…”เฉินชางอึ้งไปอย่างควบคุมไม่ได้ ในใจหวั่นไหวแล้วจริงๆบางที…อาจจะเป็นแบบนี้จริงๆถ้าผมไม่มีเสื้อกาวน์ช่วย…ผมจะทำอย่างไรผมจะรวบรวมความกล้าไปสารภาพรักฉินเยว่ไหม ตอนเผชิญหน้ากับฉินเยว่จะรู้สึกละอายใจเพราะให้ความฝันอันสวยงามกับเธอไม่ได้หรือไม่ตอนนี้เอง เฉินชางหมุนตัว พบว่าชายคนหนึ่งเอามือกุมหน้าน้ำตาไหลอยู่ข้างๆ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรเฉินชางหันกลับมารถไฟค่อยๆ แล่นไปถึงเมืองอันหยางชายที่อยู่ข้างๆ ลุกขึ้นลงจากรถ การ์ดเชิญใบหนึ่งตกลงมาเฉินชางรีบเรียกชายคนนั้นไว้ “ของตกครับ” เขาพูดพลางช่วยวเก็บขึ้นมาร่างของชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินหน้าต่อเฉินชางนิ่งไป พอก้มมองก็เห็นเป็นการ์ดเชิญงานแต่งใบหนึ่งคำว่าครองรักนิรันดร์ด้านบนสะดุดตามาก…………เฉินชางออกจากชานชาลา เตรียมจะออกจากสถานี จู่ๆ มือคู่หนึ่งก็อ้อมมาปิดตาเขา “ทายซิ ใครเอ่ย~ ”เฉินชางอดหัวเราะฮ่าๆ ไม่ได้ “lisa! ไม่ใช่สิ! ลี่ลี่! เอ๊ะ ไม่ใช่ อ่อ...หรงหรง!”ฉินเยว่โกรธจนอยากเตะก้นเฉินชาง “ไสหัวไปกลับเมืองหลวงไปเลย เมืองอันหยางไม่ต้อนรับคุณ! ฉันอุตส่าห์รอคุณตั้งนานอากาศหนาวมากนะคะ! เชอะ…”เฉินชางหันหลังกลับ เห็นฉินเยว่ในชุดไหมพรมสีเหลื