แต่กลับไม่ระแคะระคายความเคลื่อนไหวของตระกูลเฉียนเลยเนี่ยนะ?
มีความเป็นไปได้สองอย่าง ประการแรก ตระกูลเฉียนเป็นคนบอกเรื่องของหัวเซี่ยงหรงต่อตระกูลซุน ใช้เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขในการเจรจาต่อรองเพื่อแลกกับผลกำไรสามส่วน อีกประการหนึ่ง ตระกูลซุนสืบทราบเรื่องของหัวเซี่ยงหรงเอง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้เจตนาของตระกูลเฉียน ทว่าการเจรจายังไม่บรรลุผลที่ต้องการจึงปกปิดเอาไว้ก่อนชั่วคราว และไม่ได้บอกเรื่องนี้ต่อสกุลจู
หรือก็หมายความว่า ตระกูลซุนต้องการเป็นหุ้นส่วนกับสกุลจูอย่างแท้จริง แต่สกุลจูอ่อนแอเกินไป บางครั้งก็มองข้ามสกุลจูไปโดยไม่รู้ตัว
ไม่อย่างนั้น พวกเขาก็คงไม่ไปเจรจากับตระกูลเฉียนโดยไม่ปรึกษาสกุลจูจนตกลงกันได้แล้วค่อยมาบอกสกุลจูหรอก
เย่อวี๋หรานกระตุ้นเตือนลูกชายว่า “เมื่อครู่ตอนที่นายท่านผู้เฒ่าซุนหารือกับพวกเรา ตระกูลเฉียนไม่ได้โผล่หน้าออกมาเลยแม้แต่น้อย หมายความว่าเขาเจรจากับตระกูลเฉียนเรียบร้อยแล้ว หากว่ากันตามหลักการ แม้พี่เป้าจะสามารถเป็นตัวแทนของพวกเราในการร่วมมือกับตระกูลซุนได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตระกูลซุนจะมีสิทธิ์เป็นตัวแทนของพวกเราไปเจรจากับตระกูลเฉียน ถึงที่สุดแล้วก็เป็นเพราะพวกเราอ่อนแอเกินไป!”
วาจานี้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาเสียจนจูต้า จูซาน และจูอู่รู้สึกหดหู่ใจ
หมู่บ้านสกุลจู หมู่บ้านสกุลหลี่ และหมู่บ้านสกุลหลิวได้ชื่อว่าเป็นสามหมู่บ้านใหญ่แห่งเชิงเขาไท่ตัง กระทั่งพว