ใจเช่นกัน พวกเขามองไปทางนายท่านผู้เฒ่าซุนอย่างพร้อมเพรียง
นายท่านผู้เฒ่าซุนกล่าวว่า “อืม เมื่อเช้าตอนเจ้าพนักงานเข้าไปพบ เขาก็แขวนคออยู่ในคุกแล้ว ร่างกายเย็นชืด ที่ใต้เท้ามีจดหมายรับผิดอยู่ฉบับหนึ่ง”
“เขาจะฆ่าตัวตายไปทำไม?” จูอู่กังขา “คดียังไม่ตัดสินเลยนี่นา”
แม้เมื่อวานจะมีการส่งมอบหลักฐานหลายอย่าง แต่ตอนที่อยู่ในศาล หัวเซี่ยงหรงไม่ได้ยอมรับผิด คิดไม่ถึงว่าพอฟ้ามืด เขากลับไม่เพียงรับผิดแล้ว แต่ยังฆ่าตัวตายชดใช้ความผิดอีกด้วย?
คิดอย่างไรก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล
หัวเซี่ยงหรงเป็นคนที่มีจิตสำนึกเพียงนี้เชียว?
ถ้าเขามีมโนธรรมเช่นนั้น ตอนแรกก็คงไม่ละโมบในทรัพย์สินของผู้อื่น สังหารคนเขาแล้วสวมรอยแทนแล้ว
มิหนำซ้ำ เนื่องจากเย่อวี๋หรานเข้าคุก จูอู่จึงสอบถามมาแล้ว
ราชสำนักเซินถูกำหนดไว้ว่า คดีฆาตกรรมทุกคดีต้องรายงานไปยังเบื้องบน หลังจากส่งเรื่องไปให้สำนักตรวจการและศาลตุลาการพิจารณาแล้วจึงจะสามารถพิพากษาครั้งสุดท้ายได้
ตอนนั้นเขาคาดการณ์ไปในทิศทางเลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว ถ้าคดีของมารดา…
เย่อวี๋หรานถามนายท่านผู้เฒ่าซุน “หลังฟ้ามืด มีคนไปพบหัวเซี่ยงหรงใช่ไหม?”
ซุนโส่วได้ยินดังนั้นก็มองมาทางนางอย่างอดใจไม่ไหว กระทั่งเรื่องนี้นางก็เดาออก?
แววตานายท่านผู้เฒ่าซุนฉายประกายชื่นชม เขากล่าวว่า “จูต้าเหนียงไม่ใช่คนธรรมดาจริง ๆ เมื่อวานหลังฟ้ามืดมีคนไปหาเขาจริง ๆ ท่านจะลองเดาหน่อยไหมว่าเป็นใคร?”