ลันนั้นก็เรียกร้องให้คนสกุลจูยอมรับความผิดอย่างถือดี ให้โขกศีรษะขอขมาพวกเขา ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะฟ้องร้องอีกฝ่ายให้ถึงที่สุด
คนสกุลจู “…”
เหวินเหรินซานและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ “…”
จูเอ้อร์เม่ยที่ถูกแช่งชักให้ตายมาตลอด “…”
“อะแฮ่ม!” เนื่องจากคนทั้งสองอารมณ์พลุ่งพล่านเกินไป เหวินเหรินซานจึงต้องกระแอมเสียงเบาเพื่อตัดบทสองพ่อลูกสกุลเฉียน “พวกเจ้าไม่มองไปข้างหลังสักหน่อย?”
เหล่าเฉียนและเฉียนซินเหลียวกลับไปมองอย่างไม่เข้าใจ ทันใดนั้นก็ต้องตกใจจนร้องเสียงหลง “ผีหลอก!”
กระโดดกอดกันทันควัน
“ผีบ้าผีบอ ผีบ้านเจ้าน่ะสิ!” จูเอ้อร์เม่ยเดินเข้ามาพลางโยนลูกเกาลัดใส่หน้าผากพวกเขา “พวกเจ้าสิถึงจะเป็นผี ข้ายังมีชีวิตอยู่นะ!”
“ยังมีชีวิตอยู่?!” เหล่าเฉียนเบิกตามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เป็นไปไม่ได้ ข้าเห็นเจ้าตายกับตาตัวเอง เจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?”
“เจ้าเห็นข้าตายตอนไหน?”
“ข้า…วันนั้นที่ข้ามาถึงเรือนสกุลจูก็เห็นเจ้านอนอยู่บนพื้น…”
“เฮอะเฮอะ!” จูเอ้อร์เม่ยโต้กลับ “ใช่น่ะสิ แค่เห็นข้านอนแผ่อยู่บนพื้น ไม่ถามสักคำก็ทึกทักว่าข้าตายไปแล้ว ร่ำร้องจะเอาสูตรอาหารของพี่สะใภ้ข้า เจ้ายังมียางอายอยู่ไหม? เหล่าเฉียน เจ้าช่างมีหน้ามีตาเหลือเกินนะ! ข้าแต่งเข้าสกุลเฉียนไปตั้งหลายปี เป็นวัวเป็นม้า คลอดลูกชายให้เจ้าสองคน แต่เจ้ากลับมาทำอย่างนี้กับข้า?”
“เจ้า…ยังไม่ตายจริง ๆ?” เหล่าเฉียนยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าของจูเอ