ฮ่องเต้ห่างไกล’*[2] ใครก็เอื้อมมือมาไม่ถึง พวกเขาจึงสามารถตั้งตัวเป็น ‘นายท่าน’ ได้มิใช่หรือไร?
ไม่อย่างนั้น พวกเขาคงจากไปนานแล้ว
นายท่านเฉียนเงียบไป เขาใช้ความคิดไปเพียงครู่หนึ่งก็เรียกหาพ่อบ้านแล้วกล่าวว่า “ไปเชิญอนุฝางมาอย่างเงียบ ๆ”
“ขอรับ นายท่าน”
พ่อบ้านรับคำเสร็จก็หมุนกายจากไปทันที
นายท่านรองเฉียนงุนงง “ท่านเชิญอนุฝางมาตอนนี้ทำไม? นางเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง จะไปทำอะไรได้?”
นายท่านเฉียนถลึงตาใส่ “เจ้าโง่! ไปทำธุระของเจ้า เรื่องนี้ข้ารู้ดีว่าต้องจัดการอย่างไร”
นายท่านรองเฉียนไม่พอใจ “ท่านรู้ดีว่าต้องจัดการอย่างไรงั้นเรอะ ถ้าท่านรู้จริงจะเชิญอนุของคนอื่นมาทำไม? นี่มันเวลาไหนกันแล้ว? ไฟลามมาถึงขนคิ้วแล้วยังไม่รู้ตัวอีก?”
นายท่านรองเฉียนไม่พอใจเรื่องที่บิดาเขามอบตำแหน่งให้พี่ชายมาโดยตลอด
แม้จะเป็นผู้ทรงอิทธิพลท้องถิ่น แต่กลับมีพี่ชายคอยกดอยู่เหนือศีรษะตลอดเวลา ความรู้สึกถูกควบคุมเช่นนี้จะปลอดโปร่งเท่าการเป็นลูกพี่เสียเองได้อย่างไร?
“ไปให้พ้น!” นายท่านเฉียนไล่
นายท่านรองเฉียนโมโหยิ่งนัก รีบเดินตัวปลิวจากไป “ไม่ยุ่งก็ได้ คิดว่าข้าอยากยุ่งนักเรอะ? อยากทำอะไรก็เชิญ!”
……
ขณะเดียวกัน ภายในศาลพิจารณาคดี
มุมปากของเย่อวี๋หรานผุดรอยยิ้มเบาบาง “อ้อ เถ้าแก่ถังหมายความว่า ท่านเห็นข้าฆ่าพวกจูเอ้อร์เม่ยยกครัวด้วยตาตัวเอง?”
หัวเซี่ยงหรงกัดไม่ปล่อย เขาตอบว่า “เรื่องที่ได้ยินไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องจริ