ังไงเขาก็ยังคงมีมโนธรรมอยู่บ้าง เขาลังเลว่าจะทำหรือไม่ดี
[ห้าล้าน]
ดวงตาของควงเหวินฟู่ลุกวาว เขาพิมพ์ข้อความอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ [ตกลง!]
ยิ่งทำแบบนี้คุณธรรมในใจคนแซ่ควงก็ยิ่งดิ่งลงเหว
แต่เมื่อเทียบกับหลักจริยธรรมแล้ว เรื่องเงินก็ต้องมาก่อนไม่ใช่เหรอ!
ถึงจะมีจิตสำนึก แต่ก็ไม่มากนัก
เมื่ออ่านคำตอบของควงเหวินฟู่ เฝ่ยชิงรั่วก็ส่งเสียง ‘เฮอะ’ อย่างพึงใจ ซึ่งก็ค่อนข้างสมเหตุผลอยู่ ก่อนหน้านี้เธอถึงกับสืบค้นข้อมูลสมัยมหาวิทยาลัยของเฝ่ยไป๋ลู่อย่างยากลำบาก เพื่อร่างเอกสารฟ้องร้องหนาสามสิบหน้านี้ขึ้นมา
หลังจากวางแผนมานานกว่าครึ่งเดือน ควงเหวินฟู่จะต้องไม่ทำให้เธอผิดหวัง คิ้วเรียวสวยของเฝ่ยชิงรั่วแฝงไว้ด้วยความชั่วร้าย ทำลายภาพลักษณ์ทรงเสน่ห์ของเจ้าตัวโดยสิ้นเชิง
เธอกดลบข้อความระหว่างเธอกับควงเหวินฟู่ และวิ่งลงไปชั้นล่าง พุ่งไปควงแขนเฝ่ยมา
“คุณพ่อ หนูขอเงินห้าล้านได้ไหมคะ?”
“พี่ชิงรั่ว พี่จะเอาเงินไปทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้น มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลยนะครับ”
เฝ่ยเฉิงปอกเปลือกผลไม้ แล้วหยิบมันเข้าปากโดยไม่ละสายตาจากโทรศัพท์
‘เพื่อล้มพี่สาวของนายยังไงละ’ เฝ่ยชิงรั่วก้มศีรษะลง กดความอาฆาตในดวงตาเอาไว้ ก่อนเงยหน้าขึ้นพร้อมน้ำตาคลอเบ้า
“ฉันไม่เคยขอเงินจากครอบครัวเลยนะ นี่เป็นครั้งแรก เพราะฉันเป็นลูกสาวบุญธรรม เลยไม่สมควรใช้เงินของครอบครัวเฝ่ยใช่ไหม?”
เฝ่ยเฉิงผุดยืนขึ้น รีบอธิบาย “พี่ชิงรั่ว อย่าค