หารคือชีวิตของพวกเขา
ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามคิดหาวิธีการเก็บรักษาเสบียง หาใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด
“ของนี่ค่อนข้างหนัก ข้ายกคนเดียวไม่ไหว ปกติพวกลูกชายเป็นคนเปิดให้ข้า ท่านต้องช่วยข้า…” เย่อวี๋หรานพูดพลางโน้มกายลงไปเคลื่อนประตูทางเข้าห้องใต้ดิน
บานปิดนั้นหนักไม่ใช่เล่นจริงอย่างที่นางว่า
นางออกแรงจนสุดกำลังแล้วก็ขยับได้เพียงเล็กน้อย
มังกรตาเดียวเจียงซู่เข้ามาช่วยอีกแรงเพราะทนรอไม่ไหว
แววตาของเย่อวี๋หรานอึมครึมลงเล็กน้อย นางพูดต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่ถูกไม่ถูก ท่านอย่ามาขยับฝั่งนี้ ท่านต้องไปฝั่งโน้น…”
นางชี้ไปทิศทางหนึ่ง “ใช่แล้ว ตรงนั้นแหละ ใช้มือจับตรงนั้นเอาไว้”
“กำให้มั่นนะ ข้าร้องหนึ่ง สอง สาม ออกแรง ท่านค่อยออกแรงดึง เข้าใจไหม?”
“มา พวกเราลองทดสอบดูก่อน”
……
ไม่รอให้เย่อวี๋หรานบอกว่า ‘ออกแรง’ มังกรตาเดียวเจียงซู่ที่คิดว่าตนเองทรงพลังนักหนาก็แอบออกแรงยกก่อนเสียแล้ว แต่กลับพบว่าไม่ขยับสักนิด
มังกรตาเดียวเจียงซู่คิดในใจ ‘…คนบ้านนี้เสียสติไปแล้วหรือ แค่ขุดหลุมก็ต้องทำบานปิดหนักขนาดนี้?’
เย่อวี๋หราน: เหลวไหล ถ้าข้าไม่หาอะไรที่หนักสักหน่อย เจ้าออกแรงเล็กน้อยก็เปิดได้แล้ว ข้าจะแสดงละครฉากต่อไปได้อย่างไร?
“กำมั่นแล้วนะ? งั้นข้าจะเริ่มนับแล้ว” เย่อวี๋หรานทำเป็นมองไม่เห็น เริ่มนับว่า “หนึ่ง สอง สาม ออกแรง”
มังกรตาเดียวเจียงซู่ที่เพิ่งจะออกแรงยกไปรีบออกแรงใหม่อีกครั้ง กำมือจับที่นา