ื้อหกร้อยสามสิบเก้ามัดกับริ้วกล้ามเนื้อหกพันล้านเส้นของแกให้ขาดสะบั้นเลย! โมโหเป็นบ้า
หลี่เป่าซานเห็นสถานการณ์ก็รีบร้อนพูดว่า “เสี่ยวเฉิน รีบลุกขึ้นมาเลย!”
เฉินชางได้ยินเสียงหลี่เป่าซานก็อึ้งไปทันที รีบร้อนลุกขึ้น พอหันกลังมาก็พบว่าพ่อตาผู้อำนวยการโรงพยาบาลยืนอยู่ตรงนั้น แต่…ตาลุกวาวด้วยความโกรธเล็กน้อย
เฉินชางผงะไปทันที! ลอบพูดในใจว่า เวรแล้ว งานเข้า ยัยฉินขี้ประจบล่ะ ทำไมหนีไปเร็วขนาดนี้เลย…เฉินชางอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออกนะ
หลี่เป่าซานไอกระแอม นี่…คงถือเป็นเรื่องในบ้านละมั้ง เราไม่ควรเข้าไปยุ่งใช่ไหม
พอคิดถึงตรงนี้ หลี่เป่าซานจึงพูดเก้อเขินว่า “ผมไปเข้าห้องน้ำ พวกคุณ…นั่งก่อนนะ!” พูดจบก็หันหลังออกไปแล้วปิดประตูตามด้วย
เฉินชางยิ้มเขินๆ “ผู้อำนวยการฉินครับ…ผะ…ผมยืนมานานแล้ว สะโพกผมเลยบวมนิดหน่อย!”
เหล่าฉินกัดฟันกรอด ใบหน้าฉายแววเหี้ยม แต่ก็พูดอย่างเปี่ยมไปด้วยความใส่ใจว่า “อ้อ…ผ่าตัดมาทั้งวัน ก็ลำบากคุณแล้ว ผมเคยเรียนนวดแผนจีนมาก่อน คุณนอนคว่ำลง เดี๋ยวผมนวดให้!”
เฉินชางหน้าเปลี่ยนสีทันที “ผะ…ผมจะกล้าได้ยังไงครับ เกรงใจมากเลย ผู้อำนวยการฉินมีน้ำใจมากไปแล้วครับ”
ฉินเสี้ยวยวนทำหน้าดุ “นอนคว่ำลง!”
เฉินชางถอนใจ “ไม่นอนคว่ำได้ไหมครับ”
ฉินเสี้ยวยวนไม่ส่งเสียง
เฉินชางจนใจ ได้แต่หมอบลงไป เอ่ยอย่างคับแค้นว่า “เบาหน่อยครับ!”
ฉินเสี้ยวยวนพยักหน้า หรี่ตายิ้ม “ถ้าเบาก็ไม่ได้ผลสิ…”
“โอ๊ย…”
“เจ็บๆ