กสามแสน ที่ฉันคิดไว้ก็คือฉันไปซื้อบ้านให้เรียบร้อยก่อนคุณกลับมาจะดีที่สุด พอพ่อแม่ฉันมาจะได้เห็นพอดี…”
พอจางเหวินป๋อได้ยินว่าอีกฝ่ายออกตัวเอาเงินสองแสนมาซื้อบ้าน เขาพลันรู้สึกซาบซึ้งเป็นที่สุด จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นสือน่าก็เอาเงินสองแสนมาซื้อบ้านให้ตนด้วยเหมือนกัน…
เขาส่ายหัว “ได้ครับ ขอบคุณนะที่รัก ผมไปทำธุระทางนี้ก่อน คุณไปดูบ้านนะ…ผมจะเตรียมเงิน”
…….
……
จางเหวินป๋อกับสือน่าได้พบกันเป็นการส่วนตัว ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันเองโดยไม่ผ่านศาล
เรื่องแบบนี้ไม่ควรอยู่ที่ศาล มิหนำซ้ำจางเหวินป๋อยังจะเตรียมรีบกลับอเมริกาไปแต่งงานกับอาเหลียนหลังจากเรื่องทางนี้จบลง ถึงตอนนั้นตนจะไปไหนก็ได้ พอคิดถึงตรงนี้ จางเหวินป๋อจึงยอมถอยมากที่สุดเท่าที่ทำได้
ลูกๆ ล่ะ? สำหรับเขาในตอนนี้แล้ว ลูกเป็นภาระอย่างหนึ่ง และลูกทั้งสองคนก็อยู่ด้วย บอกตามตรงว่าเด็กๆ ไม่ได้มีภาพจำกับ ‘พ่อ’ คนนี้เท่าไร ภาพจำทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่แม่พูดให้ฟัง! ลูกทั้งสองคนยังเล็ก ภาพยังไม่ได้ติดอยู่ในใจอย่างลึกซึ้ง ถึงอย่างไรก็ได้พบกันจริงๆ ไม่กี่ครั้ง!
กระบวนการเจรจานี้ราบรื่นจนประหลาด สือน่าให้เงินจางเหวินป๋อห้าแสน ส่วนบ้านเป็นสิทธิ์ของสือน่า
แล้วสินสมรสล่ะ จางเหวินป๋อยังมีไม่มากเท่าไรจริงๆ ความรักของทั้งสองคนอาจจะเป็นสินสมรสเพียงอย่างเดียว น่าเสียดายที่จางเหวินป๋อทิ้งความรักนี้ไปเหมือนรองเท้าขาดๆ
หลังจากนั้น แม่ของจางเหวินป๋อก็ย้ายอ